ความก้าวหน้าที่ 1

กุมภาพันธ์ 2nd, 2012

การนี้ได้เขียนความก้าวหน้าลงใน facebook ได้ดูไม่ได้งาน เลยศึกษาแล้วเขียนใหม่ เป็นแบบนี้แทน คิดว่าน่าจะอ่านง่ายกว่าและติดต่อง่ายขึ้น ตอนพยายามศึกษา ส่วนจะไปเป็นหาข้อมูลของ XCODE ซะมากกว่ามาเป็นเล่มเลย เหอๆ พยายามหาวิธีเชื่อต่อ อินเตอเน็ทอยู่ครับ เหมือนจะเจอแล้วแต่ยังไม่ได้ทดสอบ เป็นการเขียนบน java ถ้ายังไงจะศึกษาต่อครับ

โครงการชีวิตที่มีความสุข Happy life Project

ตุลาคม 24th, 2010


v\:* {behavior:url(#default#VML);}
o\:* {behavior:url(#default#VML);}
w\:* {behavior:url(#default#VML);}
.shape {behavior:url(#default#VML);}

/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:”";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:”Times New Roman”;
mso-bidi-font-family:”Times New Roman”;
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}

/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:ตารางปกติ;
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-parent:”";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin:0cm;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:”Times New Roman”;
mso-ansi-language:#0400;
mso-fareast-language:#0400;
mso-bidi-language:#0400;}

ขอบคุณครับสำหรับโอกาสดีๆแบบนี้ไม่แน่ใจนะครับว่าคุณได้เริ่มทำตัวนี้มานานหรือยังครับ ถ้าว่านานแล้วผลเป็นงัยบ้างครับ วัดผลได้หรือยัง….?อาจจะเป็นคำถามที่ทุกๆคนเขาถามกันแต่ขอบอกนะครับว่า ผมก็เคยทำ network marketing onlineและ offline แต่ว่าไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ครับเพราะทำไปสักช่วงพอเราจะได้มันก็ย้ายไปโน่นบ้างนี่บ้าง ทีแรกว่ากำลังมาแรงและมั่นคงที่สุด สินค้าดีมีมาก ผลตอบแทนก็ดีสุดๆ แต่หลังๆบอกว่าตรงนั้นตรงนี้ดีกว่า แต่ผมเชื่อนะครับว่าก่อนที่คุณจะทำเรื่องข้อมูลนี้คุณได้ศึกษามาดีมากพอแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะเลวร้ายเสมอไปนะครับ ที่บอกไปใช่ว่าจะหลอกหรือว่าทำให้คุณเสียขวัญนะครับ เพราะผมเจอมาหลายตัวและแบบว่านั่นแหละ ผมเป็นคนที่ชอบลอง ชอบเสี่ยง ลงทุ่นทำไปหมดหลักหมื่นนะ แต่สุดท้ายเกือบไม่ได้ทุนคืน แต่ว่าทำไมผมต้องออกจากตรงนั้นไป……..?

ที่นี่มันดีจริงหรือ…??

ถ้าว่ามีเวลามากว่านี้ผมจะให้คำตอบคุณครับ………

ถ้าว่าคุณชอบหาโอกาสใหม่ๆให้กับตัวเองด้วยนะครับผมมีโครงการตัวหนึ่งจะเสนอให้คุณเช่นกัน

ชื่อโครงการ Happy life Project (โครงการชีวิตที่มีความสุข)

คุณเป็นคนพิเศษคนแรกเลยครับที่ได้รับโอกาสแบบนี้ ชีวิตที่มีความสุข ถามว่าตอนนี้คุณมีความสุขมากน้อยเพียงใดกับการทำงานในปัจจุบัน นี่อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถเติมเต็มในส่วนที่คุณขาดไปและอยากได้และอยากเป็นได้ครับ จะมีความสุขได้อย่างไรเมื่อรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เวลาให้กับครอบครัวมีน้อย และสุขภาพที่กำลังแย่จากการทำงานหนักทุกวัน การทำงานหนักใช่ว่าจะใช้วัดความสำเร็จงานได้ แม้เงินจะไม่ใช่ตัวกำหนดทุกสิ่งในชีวิตของเรา แต่เป็นสิ่งหนึ่งทีเราขาดไม่ได้เช่นกัน แล้วเราจะค้นหาสิ่งต่างๆดังกล่าวได้อย่างไร…….คำตอบคือ Happy life Project โครงการชีวิตที่มีความสุข คือคำตอบสำหรับคุณครับ หากว่า ในวันนี้สามารถทำให้คุณได้รับโอกาสแบบนี้ล่ะ.

3-6 เดือน รับเงิน แสน/เดือน

2-3 ปี รับเงิน ล้าน/เดือน

3-5 ปี สามารถเกษียณตัวเอง โดยที่เราไม่ต้องรอถึงอายุ 60 ปี ถ้าว่าระยะเวลาเพียงแค่ 2-3 ปี แล้วคุณมีรายได้ในหลักเจ็ดแบบนี้ถามว่าคุณจะเอามั้ย.? ไม่ต้องถามหรอกใช่มั้ยครับว่ามีใครบ้างที่จะไม่เอา.??

ชีวิตของการทำงานสำหรับบุคคลทั่วไปซึ่งเราต้องใช้เวลาตั้งแต่อายุ 20 -60 ปี หาเงินถึงจะได้พักผ่อน ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 ปี ในการทำงานหาเงิน แต่ทีนี้จากระยะเวลา20-30ปี แต่ผมจะตัดศูนย์ข้างหลังทิ้ง แล้วเหลือแค่ 2-3 ปี คุณสามารถเกษียณตัวเองได้โดยไม่ต้องรอถึงอายุ 60 ปี แล้วคุณจะเอามั้ย………?? ซึ่งคุณสามารถมีรายได้ที่พอใจ แม้ว่าคุณจะหยุดทำงานแต่รายได้ยังมาตลอด ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มต้นอย่างไรดี…?

คำตอบมีอยู่ที่นี่ครับ ………………………………………………………………

หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากได้โอกาสแบบนี้ เรามาเข้าร่วมโครงการด้วยกันซิครับ

รับรองว่าสิ่งที่คุณกำลังตามหานั้นคงรอคุณอยู่ที่ตรงนี้อย่างแน่นอนครับ…….โอกาสและอากาศมันเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ถ้าเราเจอกันผมจะบอกให้คุณครับ ตามเมลล์นี้หรือ……….ตามด้านล่างนี้

โทร 089-8184067

E-mail: f4j.phc@hotmail.com

จินตนาการ คือพลังกำหนดอนาคต

ขอบคุณครับ..ที่พยายามอ่านจนจบ…และสิ่งนี้ต้องเป็นของคุณอย่างแน่นอนครับ แล้วเจอกันนะครับ.

วันสะบาโตที่แท้จริง

กันยายน 14th, 2010

วันสะบาโตวันมหาพระพรของคริสเตียน
หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมคริสเตียนบางกลุ่มจึงนมัสการพระเจ้าใน วันอาทิตย์และบางกลุ่นมัสการในวันเสาร์แต่วันใหนเล่าที่เป็นวันสะบาโตที่แท้จริง ที่นี่มีคำตอบ
ในพระคัมภีร์ ( bible )ได้กล่าวไว้ว่า “จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่ในวันที่เจ็ดเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นอย่ากระทำการงานใดๆ เพราะในหกวันพระเจ้าใด้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน ทะเลและสรรพสิ่งที่มีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดก็ทรงพัก เพราะฉนั้นพระเจ้าจึงอวยพระพรแก่วันสะบาโต และตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์” (อพยพ 20:8,11)
พระเจ้าทรงส้รางโลกเป็นเวลาหกวัน พระคัมภีร์กล่าวว่า “วันที่เจ็ดพระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงกระทำมานั้น พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักสิทธิ์ เพราะในวันนัน พระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตงสร้าง” (ปฐมกาล 2:2-3)

พระคัมภีร์ที่กล่าวมานี้ใด้บอกความจริงไว้ 3 ประการ
ประการแรก พระเจ้ามีคำสั่งให้ชนชาติอิสราเอลระลึกถึงวันสะบาโต (วันที่เจ็ดของสัปดาห์) ซึ่งวันนี้ถูกสร้างมาหลังจากการสร้างโลก และมนุษคู่แรกเส็จสิ้นในหกวัน
ประการที่สอง วันที่เจ็ดทรงพักการงานในการเนรมิตรสร้าง คำถามก็คือพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยใช่ไหม ? คำตออบก็คือ ไม่ใช่ (พระคัมภีร์กล่วว่า พระองมิใด้ทรงเหน็ดเหนื่อย เพราะพระองค์ทรงฤทธานุภาพ – อิสยาห์ 40:8)
สาเหตุที่ทรงพักเพราะมีพระประสงค์ที่จะให้มนุษย์คู่แรกที่ถูกสร้างได้รับพระพร
ประการที่สาม การเนรมิตงสร้างโลกและมนุษย์คู่แรกในหกวัน พระองค์ทรงเห็นว่าดีทุกวันส่วนวันที่เจ็ดพระองค์ทรงสร้างให้เป็นวันหยุดพัก พระไม่ได้ตรัสว่าดีเหมือนกับหกวัน แต่พระองค์ตรัสว่า เป็นวันบริสุทธิ์ศักสิทธิ์ นั่นหมายความว่า ในบรรดาวันทั้งเจ็ดวันนั้น วันที่เจ็ดของสัปดาห์เพพพพียงวันเดียวเท่านั้นที่พระองค์ทรงตั้งไว้จำเพาะพระพักต์ของพระองค์ เพื่อให้มนุษย์คู่แรกที่ถูกหยุดพักจากการงานเพื่อมานมัสการพระองค์ ในฐานะทีพระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงสร้าง ดังนั้นวันสะบาโต วันที่เจ็ดของสัปดาห์จึงเป็นของมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่ของชนชาติใดชนชาติหนึ่ง
พระคำภีร์จึงกล่าวไว้ว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต” ( มาระโก 2:27)
วันสะบาโตในพระบัญญัติ 10 ประการ
พระเจ้าทรงประทานพระบัญญัติ (กฎหมาย) 10 ประการและวันสะบาโตได้ถูกจารกไว้ในพระบัญญัติในข้อที่ 4 (พระธรรม อพยพ 20:8-11)เพื่อชนชาติอิสราเอลจะได้ประพฤติตามหมือนกับมนุษย์คู่แรก ( ปฐมกาล2:1-3)
วันสะบาโตเป็นหมายสำคัญ
พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า จงสั่งชนชาติอิสราเอลว่า “เจ้าทั้งหมายจงรักษาวันสะบาโตของเราไว้ เพราะนี่จะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับ ตลอดจนชั่วอายุของเจ้า เพื่อเจ้าจะไดด้รู้ว่าเราคือพระเจ้า” (พระธรรม อพยพ 31:13) พระคัมภีร์ข้อนี้บอกให้เรารู้ว่า วันสะบาโตเป็นวันของพระเจ้า และพระองค์ทรงให้วันนี้เป็นหมายสำคัญระหว่างพระเจ้ากับพลไพร่ของพระองค์ พระเจ้าตรัสว่า “ถ้าเจ้ารักษาวันสะบาโตของเราไว้ เจ้าก็จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า” แต่ถ้าเจ้าไม่รักษาเจ้าก็ยังไม่รู้จักรพระเจ้า
มีคำถาม?
วันสะบาโตหรือวันที่เจ็ดของสัปดาห์ ตรงกับวันเสาร์ หรือ วันอาทิตย์
คำตอบคือ วันเสาร์ (พระธรรม มัทธิว28:1,ยอห์น 20:1)
การนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์มาจากใหน?
ทำไมคริสเตียนส่วนใหญ่จึงสมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ ? การนมัสในวันอาทิตย์มาจากไหน ? วันอาทิตย์เป็นวันนมัสการตั้งเมื่อไหร่ ?ประวัติศาสตร์บอกเราหรือไม่ ?
จากหนังสือ ประวัติศาสตร์คริสจักรสากล เขียนโดย เยสเซ ไลแมน เฮอร์บัท ดีดี. หน้า 46-49 กล่าวไว้ว่า “จักรพรรดิคอนสแตนตินแห่งจักรวรรดิโรมัน ได้ขึ้นครองราชในปี ค.ศ.312 พระองค์มีใจโน้มเอียงไปทางคริสต์ศาสนา และในปีต่อมา ค.ศ.313 จึงให้เสรีภาพแก่ผู้นับถือในศาสนาคริสต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ปี ค.ศ.62 เป็นต้นมา จนถึงปี ค.ศ. 312 ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาต้องห้าม เพราะผิดกฎหมาย ช่วงนั้นคริสเตียน ได้ถูกฆ่าตายอย่างถูกต้องตมกฎหมายของอาณาจักรโรมัน แต่เมื่อถึงปี ค.ศ. 313 การข่มเขงคริสเตียนก็สิ้นสุดลง จากพระราชโองการอันลือเลื่องของจักรพรรดิคอนสแตนติน”
ยุคแห่งเสรีภาพในการนมัสการพระเจ้าและดวงอาทิตย์
ต่อมาในปี ค.ศ. 321 จักรพรรดิคอนสแตนตินก็ประกาศให้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดพักและนมัสการตามกฎหมายอีกวันหนึ่ง เพื่อผู้กราบไหว้ดวงอาทิตย์ ( ลัทธิเดียรถีย์ เป็นศาสนาของโรม) จะได้มานมัสการพระของเขาในวันอาทิตย์ และในไม่ช้ากฎหมายวันอาทิตย์ได้ปฏิบัติกันทั่วราชอาณาจักร และคริสเตียนส่วนใหญ่ก็ยอมทำตามกฎหมายวันอาทิตย์ เพราะทุกคนคิดว่าจะทำให้ชีวิตปลอดภัย และเป็นการป้องกันจากการถูกฆ่าตาย เพราะกฎหมายวันอาทิตย์ จึงได้เกิดมีคริสจักรแม่ที่นมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ ขึ้นในประเทศมหาอำนาจคืออาณาจักรโรมัน และคริสจักรลูกคือ โปรแตสแตนท์ หลายคณะในปัจจุปัน ก็เลยทำตามคริสจักรแม่ซึ่งมีนามว่า โรมันคาทอลิก
การประชุมที่เมืองเลาดีเซีย
ต่อมาในปี ค.ศ. 364 พวกผู้นำชาวคริสต์ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากจักรพรรดิคอนสแตนติน ให้รับสมณศักดิ์กับพระในศาสนาอื่นทั่วไป ยศสูงสุดคิอ พระสันตะปาปา ยศรองลงมาคือ พระคาร์ดินัล และพระบาทหลวง ซึ่งมีอำนาจในยุคนั้น ได้เรียกประชุมกันที่เมือง เลาดีเซีย เพื่อลงมติเปลี่ยนแปลงวันนมัสการโดยผู้นำเหล่านั้น ให้เหตุผลว่าคริสต์ศาสนาควรมีวันนมัสการที่แตกต่างไปจากพวกยิว เพราะคนยิวไม่รับพระเยซูคริสต์ว่าเป็นพระเมสิยาห์ ( พระผู้ไถ่) จึงลงมติให้ วันอาทิตย์เป็นวันนมัสการพระเจ้าแทนวันเสาร์
อีกประการหนึ่ง “วันอาทิตย์เป็นวันที่พวกกราบไหว้บูชาดวงอาทิตย์หยุดพักเพื่อนมัสการดวงอาทิตย์ เมื่อคนเหล่านี้กลับใจมาเชื่อพระเยซูคริสต์ พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกเคอะเขินเมิอมานมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ ดังนั้นการประชุมที่เมืองเลาดีเซีย จึงลงมติให้เปลี่ยนแปลงวันสะบาโตของพระเจ้า จากวันที่เจ็ดของสัปดาห์ (วันเสาร์) มาเป็นวันอาทิตย์ (วันต้นสัปดาห์)

พระคำภีร์กล่าวพยากรณ์ถึงเรื่องนี้หรือไม่ ?
ในพระธรรม ดาเนียล บทที่ 7:25 กล่าวว่า “ท่านจะพูดกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุด และจะให้วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้น อิดหนาระอาใจ และจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระ และธรรมบัญญัติ”
พระเจ้าทรงเปิดเผยให้ประชากรของพระเจ้ารู้ล่วงหน้าผ่านทางผู้พยากรณ์ดาเนียลว่า จะมีผู้หนึ่งซึ่งมีอำนาจมาก คิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระ และพระบัญญัติของพระเจ้า และคำพยากรณ์ก็เกิดขึ้นจริง ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นผู้เปลี่ยนแปลงวันสะบาโตของพระเจ้าที่จารึกอยู่ในพระบัญญัติสิบประการข้อที่ 4 (เปิดดูที่ พระธรรม อพยพ 20:8-11)
มีหนังสือของศาสนจักรโรมันคาทอลิกเล่มหนึ่ง มีชื่อว่า “The Converges Catechism of Catholic doc trine”
หน้า 50 ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1910 เป็นลักษณะถาม-ตอบ มีคำถามที่น่าสนใจมาก ถามว่า : วันใหนเป็นวันสะบาโต
คำตอบ : วันที่เจ็ด (วันเสาร์) เป็นวันสะบาโต
คำถาม : แล้วทำไมจึงรักษาวันอาทิตย์แทนวันเสาร์

คำตอบ : เพราะศาสนจักรโรมันคาทอลิก ได้เปลี่ยนแปลงวัน
นมัสการจากวันเสาร์ มาเป็นวันอาทิตย์แล้ว ในการ
ประชุมที่เมืองเลาดีเซีย เมื่อปี ค.ศ. 364
นี่คือประวัติความเป็นมาของวันนมัสการที่แตกต่างกันระหว่างวันเสาร์ กับ วันอาทิตย์ หรือ วันทีเจ็ดของสัปดาห์ กับ วันที่หนึ่งของสัปดาห์
แต่แผ่นดินโลกใหม่ก็ยังมีการนมัสการพระเจ้าในวันสะบาโตด้วย “พระเจ้าตรัสว่า ทุกวันขึ้นค่ำและทุกวัน สะบาโต มนุษย์ทั้งหลายจะมานมัสการต่อเรา” (อิสยาห์ 66:23)
ในวาระสุดท้าย คำพยากรณ์ ได้บ่งชี้ว่า คริสตจักรของพระเจ้า ซึ่งมีผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์ในคำพยากรณ์ จะประตามพระบัญญัติของพระเจ้าและคำพยานของพระเยซู ซึ่งมี วันสะบาโตอยู่ในนั้นด้วย ( วิวรณ์ 12: 17, 1โครินธ์11:2)
เมื่อท่านทราบแล้วว่า วันสะบาโตที่แท้จริงคือ วันเสาร์ โปรด
อธิฐานขอการทรงนำจากพระเจ้า เพื่อท่านจะมีกำลังประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ได้ ( ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา ผู้ใดที่มีบัญญัติของเรา และประพฤติตามบัญญัตินั้น
ผู้นั้นแหละคือผู้ที่รักเรา และผู้ที่รักเรานั้น พระบิดาของเราจะทรงรักเขา และเราจะรักเขา และจะสำแดงให้ปรากฎแก่เขา พระธรรม ยอห์น 14:15, 21)
จงหันมานมัสการพระเจ้า เพระวันเวลาของพระองค์ไกล้เข้ามาแล้ว
กรุณาส่งต่อเพื่อนหรือคนที่คุณรัก หรือติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมส่งอีเมลมาที่ poopea777@gmail.com ( หรือ hotmail ก็ได้ครับ) อ่านนิมิตรเกี่ยวกับเหตุการณ์ วันสิ้นโลกได้ที่ www.7sda.com
ขอพระเจ้าอวยพรครับ

ท่องเที่ยว…ให้หนำใจ

กันยายน 10th, 2010

      ในชีวิตนี้เคยคิดว่าจะไม่ไปเที่ยวที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเลย แต่เหมือนกับยิ่งเกลียดยิ่งเจอเพราะหลัง ๆ มานี่ไปแต่ภาคนี้ยังไงไม่รู้ อืม…ก็ไม่ได้เกลียดอะไรมากแต่ไม่ค่อยชอบอากาศร้อนแบบแห้ง ๆ น่ะ อาหารส่วนใหญ่เราก็ทานไม่ค่อยได้ ที่สำคัญเราไม่เคยคิดจะไปทำให้มีความรู้เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวของภาคนี้น้อยมาก แทบไม่รู้อะไรเลย

     

แดดร่มลมตก

แดดร่มลมตก

ดูดีใหม

ดูดีใหม

       แต่เมื่อได้ไปจังหวัดอุบล ไปเที่ยวที่สามพันโบก ไปชัยภูมิ ได้ไปดูดอกกระเจียว ไปเลย ได้ไปเชียงคาน เรากลับรู้สึกประทับใจในธรรมชาติ วิถีชีวิตของคนภาคนี้ ดูเรียบง่าย สงบ และบางที่ความเจริญยังไปไม่ค่อยถึง มันกลับดูมีเสน่ห์เมื่อได้เห็น ยังมีทุ่งนาที่เขียวขจี ยังมีต้นไม้ใหญ่ ๆ ให้เราได้เจอ ได้ฟังภาษาประจำถิ่นที่เราไม่เคยได้ยิน เรากลับชอบสำเนียงของผู้คนแถบนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักก็ตาม จากเมื่อก่อนที่ไม่คิดอยากจะไปภาคอีสานตอนนี้กลับสนุกและยังอยากจะไปตลอด….

      เราคิดว่าคงต้องมีสักคนที่คิดเหมือนเราว่าถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ เกิดมาแล้วมีโอกาสได้ไปและได้ทำอะไรที่ไม่เคยคิดจะทำมันก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าลองดู เป็นความทรงจำที่เราจะเล่าได้ตลอดชีวิตของเรา มีสิ่งใหม่ ๆ ให้เราได้พบได้เจอทั้งสถานที่และก็คน ดังนั้นเราจึงคิดว่า ถ้ามีโอกาสเราก็จะท่องเที่ยว…ให้หนำใจไปเลย

     เอาไว้คราวหน้าเราจะมาเล่าให้ฟังน๊ะว่าไปแล้วสนุกแค่ไหน….

ความรักคือ?

กันยายน 6th, 2010

ฉันไม่รู้เหตุผลของความรัก…

แต่ฉันรู้ว่ามันต้องมีสักเหตุผล…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องมีใครบางคน…

แต่ฉันรู้ว่ามันดีกว่าต้องทนกับความเดียวดาย…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องยอมรับในตัวใครคนหนึ่ง…

แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นสิ่งซึ่งทำได้…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องเข้าใจ…

แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นอะไรที่ควรทำ…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องให้อภัย…

แต่ฉันก็กลับทำมันได้แบบซ้ำๆ…

ฉันรู้สึกว่า…ความรักเป็นเรื่องน่าขำ…

แต่มันก็มีหลายอย่างที่ทำให้ซึ้งใจ…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมบางครั้งต้องทนทุกข์…

แต่เพื่อแลกกับบางครั้งที่ได้มีความสุข…ก็ทนได้…

ฉันไม่รู้ว่าความรักจะจบอย่างไร…

แต่เพราะอยากรู้ไงก็เลยลองดู…

ฉันไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไร…

แต่ฉันก็ดีใจที่กำลังจะได้เรียนรู้…

แม้ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…

แต่ทุกครั้งที่มองดู…ฉันก็เห็นมันเป็นสิ่งสวยงาม…

มีเรื่องมากมายที่ฉันยังสงสัยนักหนา…

แต่ฉันรู้ว่าเวลาจะช่วยตอบทุกคำถาม…

จากนี้ไปไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรก็ตาม…

สำหรับฉัน…รักก็จะยังคงเป็นสิ่งสวยงามในหัวใจ…

แม้ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…

แต่มันก็คือการเรียนรู้ที่มีความหมาย…

แม้จะสุขหรือจะเศร้าฉันก็เข้าใจ…

และจะยังคงรักต่อไป…ด้วยความศรัทธา…

 

ผมตัดข้อความมาบางส่วนจากหนังสือ…ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…ผมชอบหนังสือเล่มนี้มาก ให้ข้อคิดเยอะ

สิงหาคม 19th, 2010

Read the rest of this entry »

เทคนิค..การสร้างจิตสำนึกในงานขาย

สิงหาคม 3rd, 2010

ความเป็นมา  มีพนักงานขายอยู่บริษัทแห่งหนึ่งทำงานมา 2 ปี ระยะหลังเขาไม่ค่อยร่าเริง ซ้ำยอดขายก็ตก เมื่อหัวหน้าตรวจสอบดูก็พบว่าเขาไปพบลูกค้าเพียงครึ่งเดียวในตารางนัดพบลูกค้าที่วางแผนไว้ และรายงานการขายประจำวันก็เขียนส่งๆ จากประวัติการศึกษา เขาจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เป็นคนหัวดี เข้าใจอะไรได้ง่าย แต่มีจุดอ่อนคือ ชอบมีความรู้สึกว่าตนเองมีบุคลิกและอุปนิสัยไม่เหมาะสมกับงานขาย

เขาคิดอะไร  ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความยากของการทำงานให้เข้าเป้า แต่อยู่ที่ตัวเขาเกิดความรู้สึกไม่ภาคภูมิใจในตนเองกับการที่จะต้องไปก้มหัวอ่อนน้อมให้กับคนอื่นๆ ซึ่งเขาต้องการที่จะทำงานในลักษณะที่ใช้สมอง ใช้ความคิดในการวางแผนงานมากกว่า อีกทั้งยังรู้สึกว่าตนเป็นคนอ่อนไหว ไม่อดทนพอที่จะเฝ้าคอยตามลูกค้านานๆ และไม่มีความกล้าพอที่จะรบเร้าขอคำสั่งซื้อจากลูกค้าตามแบบที่พนักงานขายทั่วไป

เคล็ดไม่ลับ ถนอมผิวหน้า

กรกฎาคม 10th, 2010

     ผิวสวย

สาว ๆ ทั้งหลายเคยคิดกันบ้างไหมคะว่า บางครั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่คุณใช้อยู่ ก็ไม่ได้ให้ผลเท่าที่ควร ซ้ำยังทำให้เกิดสิว และปัญหาบนผิวหน้าต่าง ๆ มากมายอีกด้วย โอย ๆ ๆ แล้วไหนบอกว่ามันดีอย่างนู้นอย่างนี้ไงล่ะ เฮ้อ..

            อ๊ะ ๆ ๆ อย่าเพิ่งคิดโทษผลิตภัณฑ์เลยค่ะสาว ๆ เพราะแค่การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า บางครั้งมันก็ไม่ได้ทำให้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างที่สุด หากคุณยังมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวหน้าตัวเองอยู่ทุก ๆ วัน เอาล่ะค่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยมีเคล็ดไม่ลับมากระซิบบอกคุณ ๆ กันว่า พฤติกรรมที่ทำให้คุณมีผิวสวย และเป็นการถนอมผิวคุณอย่างแท้จริงนั้น มีอะไรบ้าง

            1. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยปกติแล้วในแต่ละวัน คนเรามักจะเผลอจับใบหน้าของตัวเองวันละไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ดังนั้นมือที่มีแบคทีเรียและสิ่งสกปรกจากการไปสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ย่อมมีผลทำให้ผิวหน้าคุณมีปัญหาได้ สาว ๆ จึงควรล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ หรือสัมผัสอะไรนอกบ้านมาค่ะ

            2. พยายามรวบผมให้เรียบร้อยอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลานอน ผมคุณที่มีสิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองสะสมอยู่จะเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าที่ดีเลยล่ะ

            3. หลังจากล้างหน้าแล้ว คุณควรกำมือแล้วนวดไปทั่วใบหน้า เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดค่ะ

            4. การใช้โทนเนอร์ บางครั้งก็ไม่จำเป็นสำหรับผิวหน้าบางประเภท อย่างเช่นคนผิวหน้าแห้ง เพราะโทนเนอร์ที่ใช้อาจทำให้ผิวหน้าคุณแห้งมากขึ้นไปอีก ดังนั้น ก่อนเลือกใช้โทนเนอร์ทุกครั้ง คุณควรศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมกับผิวหน้าคุณด้วยนะคะ

            5. หลีกเลี่ยงการใช้ AHA หรือ BHA ที่แรงเกินไป หรือใช้บ่อยเกินไป เพราะมันจะทำให้ผิวหน้าคุณบางลง และอ่อนไหวต่อแสงแดดได้มากขึ้น ซึ่งแทนที่จะทำให้ใบหน้าคุณดูสดใส กลับทำให้ดูหมองคล้ำ และยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ ได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

            6. หลีกเลี่ยงการบีบสิว การบีบสิวถือเป็นการทำร้ายผิวอย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงจะทำให้เกิดรอยด่างดำเกิดขึ้นแล้ว ผิวคุณอาจเป็นร่องเป็นรูจากหัวสิวที่บีบออกไป จนทำให้ผิวหน้าเป็นรอยแดงและขรุขระไม่เนียนสวยเอาได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ดังนั้นทุกครั้งที่เป็นสิว แนะนำให้ค่อย ๆ ขจัดมันออกไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิค เอสิด ดีกว่าค่ะ ได้ผลดีและไม่ร้ายผิวด้วย

            7. ไม่ควรขัดผิวบ่อย เพราะผิวหน้าเป็นผิวที่บอบบางมาก หากคุณขัดผิว ไม่ว่าจะด้วยสครับก็ตาม ทำบ่อย ๆ ไม่ดีหรอกค่ะ มันจะทำให้ผิวหน้าคุณถูกรบกวน และอาจเกิดปัญหาผิวแก่ก่อนวัยเอาได้ง่าย ๆ ค่ะ

            8. ไม่ควรจับผิวหน้าจนเป็นนิสัย เช่นจับแก้มตัวเอง จับจมูก หรือว่าง ๆ ก็ชอบเอามือไปลูบไล้ใบหน้า เพราะอย่างที่บอกค่ะว่า มือเป็นอวัยวะที่สกปรกที่สุด เพราะต้องหยิบจับอะไรมามากมายนั่นเอง

            เอาล่ะค่ะ คราวนี้สาว ๆ ก็ต้องระมัดระวังผิวหน้าให้มากขึ้นกันนะคะ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้อยู่ให้ผลดีที่สุด และยังเป็นการ

สบายดีมั๊ย

มิถุนายน 22nd, 2010

22/06/2010

คุณสิวิมล

“สบายดีไหม จะไปทางไหน เดินมายังไง มากับใครหรือเปล่า
อยากจะพูดคุยกับเธอให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยได้ยาว
พยายามคิด คิดสักเท่าไร ก็วนกลับไปได้แค่คำถามเก่า
ก็ความรัก ความคิดถึงที่ลึกซึ้ง ถูกเปิดเผยจากใจฉัน”

“เมื่อคืนขอโทษนะ ที่ไม่ได้พกกระเป๋าตังค์ไปด้วย  เลยไม่ได้จ่ายค่าน้ำมันรถให้เลย”

พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า เรายังนอนอยู่ที่เตียง  แล้วเรื่องเมื่อคืนล่ะ เราฝันไป ! 

มันเหมือนกับได้พบนิดจริงๆ เลย  ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ เราจะได้เจอกันอีกสักครั้งมั๊ยนะ

ไปทำบุญทีไรก็จะอธิฐานให้ได้พบกันกับนิด  อยากรู้ว่ายังสบายดี แข็งแรงเหมือนเดิมรึเปล่า

คิดถึงจังครับ

(คุณสิวิมล  โอภาสสถาวร)

เมื่อต้องเป็นแม่….

มิถุนายน 16th, 2010

กลางเดือนมกราคม เป็นวันที่แม่ได้เห็นหน้าหนูเป็นครั้งแรก หนูหลับอยู่บนตักยาย ตัวอ้วนเชียว ตอนหนูหลับหนูแอบยิ้มตลอด เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวหนูไปแล้ว แม่กับยายสลับกันเลี้ยง ดูแลหนู ตอนแม่ต้องไปทำงานยายก็ต้องเป็นคนดูแลหนู  หัวข้อที่แม่คุยกับยายส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของหนูแทบทั้งนั้นหนูหลับรึเปล่า? ทานนมเยอะมั้ย? วันนี้ อึอึ๊รึยัง? ถ้าท้องผูกต้องเปลี่ยนนมรึเปล่า?วันนี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ยายพาหนูไปอยู่ต่างจังหวัดเลี้ยงหนูอยู่คนเดียว หนูก็ซนขึ้นเรื่อย ๆ วันแรกที่ไปถึงก็ได้แผลซะแล้ว แต่ยายปิดเป็นความลับไม่ให้แม่รู้ กลับไปเจอหนูอีกทีเห็นแผลเป็นใต้ตาข้างขวา ถามยายก็บอกว่าหนูซนจนได้เรื่อง หลังจากนั้นก็ได้มาหลายแผลเลย เราคุยกันว่าหนูเป็นเด็ก hyper รึเปล่า ต้องพาไปหาหมอมั้ย ตอนนี้โลกของแม่หมุนรอบหนูไปแล้ว ความคิดของแม่วนเวียนอยู่กับทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนู วันหยุดที่ผ่านมาเราได้อยู่ด้วยกันตั้ง3 วันแน่ะ หนูไม่ค่อยสบายเลยงอแงนิดหน่อยแต่ก็ยังคงความ hyper เลยได้แผลมาอีกหนึ่งที่ไหล่ขวา รีบพาไปหาหมอล้างแผล สังเกตเห็นผื่นขึ้นตรงขาสองข้างวันต่อมา ลามไปที่หน้าอก ลำตัว กลับไปหาหมออีกรอบ หมอบอกว่าเดี๋ยวจะหายไปเอง ไม่ต้องทำอะไร กลับบ้านมารุ่งขึ้นผื่นลามที่หน้า กลับไปหาหมออีกทีหมอยืนยันคำเดิมว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวหายเอง กลับออกมาด้วยคำถามว่า จริงเหรอ? ตัวหนูลายไปทั้งตัวแต่หมอบอกไม่เป็นไร คิดแต่ว่าหนูคงงอแงจากผื่นนี่แหล่ะมั้ง คงคันไปทั้งตัวสงสารหนู แต่แม่ไม่รู้จะทำยังไง กลับมาทำงานโทรถามยายทุกวัน ยายบอกว่าผื่นหายแล้ว และหนูก็ไม่งอแงแล้ว กลับไปซนเหมือนเดิม หนูทำเรื่องระทึกใจทุกวันเช่นวันนี้ ขณะที่ยายล้างจานอยู่หลังบ้าน แล้วปล่อยให้หนูหลับอยู่ในบ้าน ล้างจานเสร็จหันไปเจอหนูขึ้นไปนั่งบนกล่องทีวีสูงเกือบเมตร ยายตกใจสุดขีด แต่ต้องไม่ออกเสียงเพราะกลัวหนูตกใจแล้วตกลงมา จึงย่องไปข้างหลังแล้วอุ้มหนูลงมา อยู่กับหนูทำให้ adrenaline ยายหลั่งผิดปกติทุกวัน ซนน้อย ๆ หน่อยก็ได้น้ะจ้ะลูกแม่