Archive for the ‘มุมส่วนตัว’ Category

ความรักคือ?

วันจันทร์, กันยายน 6th, 2010

ฉันไม่รู้เหตุผลของความรัก…

แต่ฉันรู้ว่ามันต้องมีสักเหตุผล…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องมีใครบางคน…

แต่ฉันรู้ว่ามันดีกว่าต้องทนกับความเดียวดาย…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องยอมรับในตัวใครคนหนึ่ง…

แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นสิ่งซึ่งทำได้…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องเข้าใจ…

แต่ฉันรู้ว่ามันเป็นอะไรที่ควรทำ…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมต้องให้อภัย…

แต่ฉันก็กลับทำมันได้แบบซ้ำๆ…

ฉันรู้สึกว่า…ความรักเป็นเรื่องน่าขำ…

แต่มันก็มีหลายอย่างที่ทำให้ซึ้งใจ…

ฉันไม่รู้ว่าทำไมบางครั้งต้องทนทุกข์…

แต่เพื่อแลกกับบางครั้งที่ได้มีความสุข…ก็ทนได้…

ฉันไม่รู้ว่าความรักจะจบอย่างไร…

แต่เพราะอยากรู้ไงก็เลยลองดู…

ฉันไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไร…

แต่ฉันก็ดีใจที่กำลังจะได้เรียนรู้…

แม้ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…

แต่ทุกครั้งที่มองดู…ฉันก็เห็นมันเป็นสิ่งสวยงาม…

มีเรื่องมากมายที่ฉันยังสงสัยนักหนา…

แต่ฉันรู้ว่าเวลาจะช่วยตอบทุกคำถาม…

จากนี้ไปไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรก็ตาม…

สำหรับฉัน…รักก็จะยังคงเป็นสิ่งสวยงามในหัวใจ…

แม้ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…

แต่มันก็คือการเรียนรู้ที่มีความหมาย…

แม้จะสุขหรือจะเศร้าฉันก็เข้าใจ…

และจะยังคงรักต่อไป…ด้วยความศรัทธา…

 

ผมตัดข้อความมาบางส่วนจากหนังสือ…ความรักไม่ได้มีแต่สีชมพู…ผมชอบหนังสือเล่มนี้มาก ให้ข้อคิดเยอะ

หลายๆ ครั้งที่เราเกิดคำถาม…

วันเสาร์, สิงหาคม 8th, 2009

หลายๆ ครั้งที่คนเราเวลาเกิดคำถามของความรักที่อยากรู้ขึ้นมา
ก็อยากจะได้คำตอบ . . .

แต่พอได้คำตอบแล้ว ก็ยังต้องมาเป็นทุกข์กับคำตอบที่ได้นั้นอีก
ทั้งๆ ที่คำตอบนั้นคือความจริง
. . . เพราะอะไรน่ะเหรอ . . .
เพราะว่า จริงๆ แล้ว เราอาจจะไม่ได้อยากฟัง
คำตอบที่เป็นความจริง แต่เราคาดหวังที่จะได้ฟัง
คำตอบที่อยากจะได้มากกว่า . . .
. . .
และเมื่อคำตอบที่ได้รับ มันไม่ใช่คำตอบที่อยากได้
เราก็ทุกข์ใจ และค้างคาอยู่กับตรงนั้นไม่ยอมเลิก

. . . ทำให้ลืมเปลี่ยนมุม . . .

ที่สามารถมองให้เป็นอย่างอื่นได้อีก สำหรับในเรื่องของความรัก
ความคลุมเครือนี่แหละ คือสิ่งที่ทรมานจิตใจที่สุด
แต่!!!! ชีวิตของคนเราจะแกร่งขึ้น เมื่อถูกทดสอบด้วยความจริงที่โหดร้ายเสมอ

และการยอมรับความจริงนั้น ไม่ใช่การยอมแพ้
แต่เป็นการที่เราจะต้องยอมทำใจสำหรับบางเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขมันได้อีก
เพื่อจะได้มีแรงเก็บไว้มีกำลังใจกับเรื่องอื่นๆ
ที่จะเข้ามาอีกในวันข้างหน้า
เมื่อเราสามารถรับมือกับเรื่องต่างๆ
บนโลกของความจริงได้
เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสนุกขึ้น
และอยากให้มองเรื่องที่ผ่านมานั้นเป็นแง่บวก+
พร้อมยิ้มรับกับความจริง ^^
. . . แล้วเดินหน้าต่อไป
เพราะเวลาที่เราเลิกร้องไห้เมื่อไหร่
เราก็จะมองเห็นทางเดินข้างหน้าที่ชัดเจนขึ้นเมื่อนั้น. . .

วิธีฝึกการมองโลกหรือมองคนอื่น สิ่งอื่น ในแง่ดี หรือในด้านที่สวยงาม ที่ทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันที่ท่านสามารถฝึกฝนได้ มีดังต่อไปนี้

1. ฝึกมองดอกไม้
ดอกไม้มีพลังพิเศษในตัวเอง ที่ไม่ว่าเมื่อใครมองมา ก็จะเห็นความสวยงามและรู้สึกดีเหมือนกันหมด จากการนั่งมองดอกไม้ ลองไล่สายตาไปสิ จากกลีบดอกสู่เกสรกวาดสายตามองรูปทรงและสีสันของมัน เห็นความสดชื่นในดอกไม้มั้ย เห็นกลีบที่บรรจงคลี่ออกอย่างเบิกบานนั้นมั้ย นี่ไง สิ่งสวยงาม ความสวยงาม ที่ตาเรามองเห็น และใจของเราก็สัมผัสได้

2. ฝึกมองภาพถ่ายหรืองานศิลปะ
ศิลปินเป็นผู้มีดวงตาพิเศษ เขามักจะเห็นความงามแม้ซ่อนอยู่ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือเขียนภาพ ศิลปินจะดึงความงามเหล่านั้นออกมาแสดงให้คนดูให้ประจักษ์ การชื่นชมภาพถ่ายสวยๆ หรืองานศิลปะดีๆ คือการสะสมความสวยงาม และการมองเห็นความงดงามเป็นการเสพรับด้านบวกเข้าสู่จิตใจ ทำให้เกิดการกล่อมเกลา และในที่สุดก็จะกลายเป็นคนที่ชอบมองด้านดีๆ หรือสิ่งสวยๆ งามๆ มากกว่าหมกมุ่นอยู่กับอะไรที่มันร้ายๆ ไม่น่ารู้ไม่น่าดู ไม่อยากรู้สึกด้วย

3. เพ่งพักตร์พระพุทธรูป
ไม่ว่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของสกุลช่างไหน พระพุทธรูปก็มักจะมีวงพักตร์ที่งดงาม อิ่มเอิบแช่มชื่น และมีเมตตา เวลาที่สบพระเนตรหรือมองไปยังพระพักตร์ของพระพุทธรูป พลังแห่งความปิติอิ่มเอิบ และความเบิกบานก็มักจะแผ่ซ่านมาถึงตัวเราได้ด้วย

4. ฝึกทายหัว-ก้อย
เล่นปั่นแปะกับตัวเองบ่อยๆ เพื่อจะได้คอยทายว่าเหรียญที่เราปั่นนั้นจะออกหัวหรือก้อย หากใช้เหรียญสองเหรียญ ก็จะมีทั้งหัว กลาง และก้อย คำถามที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือฝึกเล่นทำไม ฝึกเล่นเพื่อให้รู้ว่าเราไม่ได้ทายถูกทุกครั้งไป สิ่งที่เราคิดว่าเหรียญมักจะเป็นส่วนมาก คือการคาดการณ์หรือคาดเดาเอาทั้งนั้น

กับผู้อื่นก็เช่นเดียวกัน ใช่ว่าเราจะถ่องแท้กับสิ่งที่เขาเป็น หลายครั้งเราคาดเดาว่าเขาเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ และยึดเอาการคาดเดานั้นเป็นความจริง สิ่งที่เราคิดกับเขาจึงคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอย่างน่าเศร้า เกมปั่นแปะจะช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็นจริง บางครั้งไม่ใช่ หรือไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลยสักนิด ฉะนั้น สิ่งที่เราคิดกับคนอื่นก็อาจผิดได้ เหมือนกับการทายหัว กลาง หรือก้อย นั่นแหละ