<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>MedtechzoneBlog</title>
	<atom:link href="http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.medtechzone.com/Blog</link>
	<description>นานาสาระ กับ บล็อกเด็ดๆ สไตล์ MT Blogger</description>
	<pubDate>Tue, 15 May 2012 06:36:07 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.6</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>[1.2.5]เซิฟเวอร์ Minecraft</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1042</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1042#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 06:36:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>My Server</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1042</guid>
		<description><![CDATA[ชื่อ Hamachi : Server for Minecraft 1.2.5,Server for Minecraft(1)
Password : Minecraft
IP : 5.4.213.71
ไม่มี Whist List
กฎ
1.ห้ามทำลายของๆคนอื่น
2.ห้ามขโมยของๆคนอื่น
3.ห้ามล่อCreeperไปบึ้มบ้าน,คนอื่น
4.เดื๋ยวค่อยคิด(ถ้าเห็นทำสิ่งไม่ดีแต่ไม่ได้อยู่ในกฎก็สามารถโดนได้)
ถ้าทำผิด
1.เตะ
2.เตะ
3.แบนชั่วคราว
4.แบนถาวร
เพิ่มเติม
1.มีเขตเมือง
2.ถ้าทำตัวดีบ่อยๆอาจจะได้เป็น op
4.สร้างบ้านเอง
5.ถ้ามีปลั๊กอินดีๆแล้วแอดมินยังไม่ใส่บอกได้ จะให้ของรางวัล
บ้านแอดมิน:อยู่ใต้ดิน
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1042</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เตือนภัย! อาหารอันตรายสำหรับสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1035</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1035#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:51:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1035</guid>
		<description><![CDATA[
เตือนภัย! อาหารอันตรายสำหรับสุนัข

ภาพเจ้าของแบ่งอาหารให้สุนัขกิน เป็นภาพคุ้นชินที่เรามักเห็นอยู่เป็นประจำ แต่ทราบหรือไม่คะ ว่ามีอาหารของคนบางอย่างที่ก่อให้เกิดอันตรายกับสุนัขได้ อาหารบางชนิดส่งผลรุนแรงถึง
ขั้นทำให้สุนัขเสียชีวิตเลยก็มี วันนี้ลองมาดูกันค่ะว่าอาหารดังกล่าวมีอะไรบ้าง และทำไมสุนัขจึงกินไม่ได้อันดับแรกเลยคือ ช็อคโกแลต เนื่องจากในช็อคโกแลตมีสารจำพวก ทรีโอโบรมีน ซึ่งเป็นสารชนิดเดียว
กับที่อยู่ในกาแฟ โดยสารนี้จะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท และกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการทำงานของการขับปัสสาวะ นอกจากนี้ ช็อคโกแลตยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด
การเคลื่อนตัวของทางเดินอาหารมากผิดปกติ ด้วย ทำให้สุนัขถ่ายท้องหรืออาเจียนได้ โดยช็อคโกแล็ต
ที่ดูจะเป็นอันตรายมากที่สุดในบรรดาช็อคโกแล็ตทั้งหมดก็คือ ช็อคโกแลตที่นำมาทำขนมเค้ก (Cooking
Chocolate) ซึ่งเป็นช็อคโกแลตที่ไม่หวาน มีสีดำ และมีปริมาณของสารทรีโอโบรมีนสูงกว่าช็อคโกแลต
นม (Milk Chocolate) ถึง 10 เท่า

ส่วนการออกฤทธิ์ของสารนี้คือ จะไปทำให้อัตราการเต้นหัวใจเร็วขึ้น และอาจเร็วมากจนเกิดการเต้นของ
หัวใจที่ไม่เป็นจังหวะและรัว ส่งผลให้เกิดอันตรายถึงหัวใจวายและเสียชีวิตได้ เมื่อสุนัขกินเข้าไปใน
ปริมาณมากพอสมควร โดยสุนัขแต่ละตัวจะมีความไวต่อสารนี้แตกต่างกันไป คล้ายกับในคนที่ไวต่อ
คาเฟอีน และช็อคโกแลตที่อันตรายรองลงมาคือ ช็อคโกแลตดำ (Black Chocolate) และช็อคโกแลต
นม (Milk Chocolate) ตามลำดับ เนื่องจากมีปริมาณสารทรีโอโบรมีนน้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ดีควรหลีก
เลี่ยงการให้ช็อคโกแลตกับสุนัขนะคะ
อันดับต่อมาคือ หัวหอม เนื่องจากในหัวหอม มีสารที่ชื่อว่า ไทโอซัลเฟต โดยสามารถพบสารชนิดนี้
ได้ในกระเทียมเช่นกัน แต่จะมีในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งอาการอาจเกิดขึ้นหลังสุนัขกินหัวหอมเข้าไป
แล้ว 2-3 วัน ก็ได้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1035</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1032</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1032#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:48:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1032</guid>
		<description><![CDATA[ปริมาณในการให้อาหารนั้น ทางที่ดีที่สุดคือเริ่มจากการให้ตามที่ข้างถุงระบุ แต่เนื่องจากสุนัขแต่ละตัวนั้นมีกิจกรรมไม่เท่ากัน

คุณจะต้องใช้การหมั่นสังเกตดูน้ำหนักของสุนัขด้วยว่าควรเพิ่มหรือลดอาหารจากปริมาณที่ข้างถุงแนะนำ ซึ่งทำได้ง่ายๆ
ด้วยการคลำดูซี่โครงของสุนัข หากคุณไม่สามารถคลำพบซี่โคลงได้นั้นแปลว่าสุนัขของคุณอ้วนเกินไปแล้วและควรลดปริมาณอาหาร แต่หากคลำดูแล้วมีแต่หนังติดซี่โคลงคุณก็ควรเพิ่มอาหารในแต่ละวันให้กับสุนัขของคุณ ควรระวังการให้อาหารมากเกินไปหรือ
การเสริมอาหารเสริมมากเกินไปเพราะสุนัขนั้นอาจจะเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ การที่มีน้ำหนักมากเกินไปหรือสุนัขโตเร็วเกินไปนั้นจะเป็นปัญหา ส่วนความถี่ในการให้อาหารสุนัขนั้นควรแบ่งให้เป็นสองครั้งต่อวันหรือบ่อยกว่านั้น ในตอนที่ขณะ
ยังเป็นลูกสุนัขและเมื่อโตขึ้นควรจะปรับเปลี่ยนให้เป็นหนึงครั้งต่อวันแทน
การให้อาหารสุนัขใช้งาน
สุนัขที่ได้เดินเล่นวันล่ะสองครั้งหรือถูกล่ามไว้ในโซ่ทั้งวันนั้นแน่นอนว่ามีความต้องการอาหารที่แตกต่างกันออกไปจากสุนัขที่วิ่งไกลหลายนาทีออกกำลังกายหนักทุกๆวัน หากสุนัขของคุณตกอยู่ในกลุ่มที่เป็นสุนัขใช้พลังงานสูง เขาจะต้องการ
อาหารที่ให้แคลอรี่สูงเพราะการเผาผลาญพลังงานที่มากกว่าปกติ อาหารสูตรเพอร์ฟอร์แมนซ์ นั้นอาจมีโปรตีนสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์และมีไขมันถึง 20 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินไปสำหรับสุนัขปกติ แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขใช้งานหรือสุนัขที่
เล่นกีฬาออกกำลังกายหนักๆทุกวัน สุนัขทั่วไปนั้น สัดส่วนของโปรตีนและไขมันในอาหารควรจะอยู่ระหว่าง โปรตีน 20 เปอร์เซ็นต์ ต่อไขมัน 10 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง โปรตีน 26 เปอร์เซ็นต์ ต่อ ไขมัน 16 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี จุดที่สำคัญคือการคอย
สังเกตว่าสุนัขของคุณออกกำลังแค่ไหน และอาหารที่ให้นั้นให้พลังงานกับเขามากพอหรือเปล่า

]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1032</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารสำหรับสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1028</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1028#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:46:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1028</guid>
		<description><![CDATA[สารอาหารที่สุนัขต้องการ

สุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหารแต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างปกติมันจึงต้องการอาหารเสริมประเภทอื่นๆ ด้วย สารอาหารหลักที่สุนัขตัองการ ประกอบด้วย โปรตีน สำหรับการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ   คาร์โบไฮเดรต เพื่อเป็นแหล่งพลังงานไขมันเพื่อเป็นแหล่งพลังงานและสุขภาพที่ดีของผิวหนังและขนวิตามินและเกลือแร่เพื่อสร้างสภาพสมดุล
ทางเคมีให้กับร่างกาย   น้ำ เพื่อกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกาย
กินอะไรถึงจะดี
สุนัขสามารถกินอาหารต่อไปนี้ได้ เนื้อสัตว์ เป็นอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง แต่มีแคลเซียมต่ำ สิ่งที่ต้องระวัง คือ การให้สุนัขกินเนื้อสัตว์ไดเอ็ท(Leanmeatdiet)อาจทำให้สุนัขได้รับไขมันต่ำเกินไปก่อให้เกิดภาวะโภชนาการที
ไม่สมดุลปลาเป็นแหล่งของโปรตีน เกลือแร่ และไขมัน ปลาที่ให้ควรทำให้สุกก่อน และเอาก้างออกให้เรียบร้อย นมและเนย อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ แต่สุนัขบางตัวอาจ ไม่มีเอนไซม์ สำหรับย่อยแลคโตส (น้ำตาลในนม) ทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรืออาเจียน ถ้าสุนัขเกิดอาการเช่นนี้หลังจากกินนมเข้าไปก็ไม่ควรให้กินนมอีกธัญพืชเป็นแหล่งอาหาร
ที่อุดมไปด้วยพลังงานเกลือแร่วิตามินและยังช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้นเราสามารถให้ธัญพืชกับสุนัขได้2รูปแบบคืออาจให้ ในรูปของบิตกิตสำหรับสุนัขซึ่งมีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปหรือให้ในรูปของข้าวสุกโดยผสมลงไปในอาหารเลยก็ได้ผัก
เช่นแครอทกระหล่ำปลีผักกาดขาวมะเขือเทศอาจให้ในลักษณะดิบโดยขูดเป็นเส้นเล็กๆหรือจะปรุงให้สุกก่อนก็ได้ผลไม้แม้้สุนัขจะสามารถสร้างวิตามินซีได้เองภายในร่างกายแต่การให้ผลไม้เป็นครั้งคราวก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสุนัขไข่ควรให้ในลักษณะ ไข่สุก อื่นๆเช่นถั่วเมล็ดพืชและน้ำผึ้งเป็นอาหารที่ดีสำหรับสุนัขที่ต้องไดเอ็ทนอกจากนี้ควรปล่อยให้สุนัขกินหญ้าหรือ สมุนไพรต่างๆบ้างเพราะเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของมันแม้ว่ามันอาจจะอาเจียนออกมาภายหลังตามสำหรับกระดูกชิ้น
ใหญ่ๆควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจติดคอและเป็นอันตรายต่อลำไส้ควรให้เป็นกระดูกชิ้เล็กๆแทนจะดีกว่า
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1028</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>8 อันดับโรคของสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1025</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1025#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:45:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1025</guid>
		<description><![CDATA[1.โรคไข้หัด 
โรคนี้เกิด จากเชื้อไวรัส มักเกิดกับลูกสุนัขอายุน้อย ๆ ตั้งแต่ 2-3 เดือน บางครั้งก็พบว่าเกิดใน สุนัขที่โตแล้วเมื่อสุนัขเป็นโรคนี้โอกาสที่จะหาย นั้น มีน้อยมาก โดยอาการของมันก็แสดงออกมาทางอาการประสาท ตัวกระตุก หรือชักตลอดชีวิตส่วนใหญ่แล้วตาย อย่างทรมาน อาการของโรค เราสามารถสังเกตได้จากการที่สุนัขมีน้ำมูกสีเขียวไหลย้อย ดูเหมือน ปอดบวม มีไข้ เบื่ออาหาร ซึมมีตุ่มหนองขึ้นที่ใต้ท้อง มีขี้ตาสีเขียวๆเกอะกรังตลอดเวลาเมื่ออาการทวีความรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือปากสั่น กระตุก และลามไปที่บริเวณหนังหัว ใบหน้า ขาหลัง อาจจะพบบริเวณฝ่าเท้า กระด้างขึ้น บางรายพบว่ามีท้องร่วงร่วม เราสามารถป้องกันได้โดยฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้หัดได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่อายุ 2 เดือน เป็นเข็ม แรกหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน ก็พาไปรับการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง เป็นการ กระตุ้นภูมิคุ้มกันและฉีดซ้ำทุก ๆ ปี ปีละ 1 ครั้ง
2.โรคปอดบวม 
โรคนี้จะพบมากในสุนัขเล็ก ๆ และสุนัขที่มีอายุมากแล้วเนื่องจากว่า สุนัขในวัยดังกล่าวมีภูมิคุ้มกันที่น้อยอยู่โรคนี้เกิดจากหลายสาเหตุได้แก่เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย พยาธิทำลาย ปอด ทำให้ปอดอักเสบ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1025</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1022</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1022#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:43:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1022</guid>
		<description><![CDATA[
เลือกสไตล์ให้เหมาะสมกับบุคลิก

ในปัจจุบันแฟชั่นของสุนัขทั้งสี รูปแบบ ความหลากหลายมีมากทีเดียว ผู้เป็นเจ้าของควรจะเลือกใส่ให้เข้ากับบุคลิกของสุนัขแต่ละตัว รวมไปถึงเครื่องประดับและของเล็กๆ น้อยๆ ควรนำมาพลิกแพลงใช้ให้เข้ากับตัวสุนัข เพื่อเป็นการเพิ่มความน่ารักให้มากยิ่งขึ้น
การแต่งตัวสุนัขก็เหมือนกับของคน เริ่มแรกจากการนำผ้าโพกหัวมาโพก หรือนำโบว์มาติดดูก่อน ต่อมาเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแบบง่ายๆ หลังจากนั้นเริ่มมองหาเสื้อผ้าน่ารักๆ ให้กับสุนัขแสนรักของคุณ จากร้านขายเสื้อผ้าสุนัขที่มีอยู่มากมาย ลองหาเสื้อผ้าที่ถูกใจคุณทีสุดดู 

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกเสื้อผ้าให้สุนัข

อันดับแรก คือ การสวมใส่ต้องใส่ได้ง่าย ต่อมาเสื้อผ้านั้นเป็นแบบที่หรูหราสวยงามเพียงใด แต่ถ้าใส่แล้วทำความรำคาญให้กับสุนัข ถือว่าใช้ไม่ได้ ถ้าสุนัขไม่ขอบใจ ก็ไม่ควรบังคับให้ใส่ ปล่อยให้น่ารักตามธรรมชาติดีกว่า

การเลือกสีของเสื้อผ้าให้เข้ากับสีขน

เป็นหลักพื้นฐานของความสวยงามเลยทีเดียว โดยปกติ
· สุนัขที่มีสีขนประเภทสีน้ำตาล เสื้อผ้าสีที่เหมาะสม คือ สีส้ม สีแดง สีเหลือง หรือสีที่มีสีเหลืองผสม ดูโดยรวมแล้วอบอุ่น 
· สุนัขที่มีขนสีขาว ควรใส่เสื้อผ้าสีพาสเทลสวยๆ 
· สุนัขที่มีขนสีเทา ใส่สีจำพวกโมโนโทน
· สุนัขที่มีขนสีดำ ควรใส่สีแดง สีฟ้า สีเขียว หรือพวกแม่สีทั้งหลาย
· สุนัขที่มีสีขนลายๆ เป็นหลายสี ควรดูถึงความสมดุลด้วย เช่น สุนัขขนสีน้ำตาล เมื่อใส่เสื้อลายทหารพรางจะดูเหมาะมาก

ทั้งวัสดุและสี ควรเลือกให้เข้ากับฤดูกาล

การเปลี่ยนแปลงแฟชั่นไปตามฤดู จะเพิ่มความหลากหลายและสนุกกับการได้เปลี่ยนแบบไปด้วย เช่น
ฤดูหนาวเน้นสีที่สว่างสดใสหรือลายดอกไม้ต่างๆ เสื้อผ้าควรเน้นป้องกันความหนาวได้ ฤดูร้อนเป็นเสื้อยืดลายทาง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1022</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการสอนขับถ่ายให้กับลูกสุนัข</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1019</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1019#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:37:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1019</guid>
		<description><![CDATA[วิธีการสอนขับถ่ายให้กับลูกสุนัข 

การสอนลูกสุนัขในการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางด้วยตนเองได้ โดยการฝึกนิสัย ดังนี้
 1. หลังจากการกินอาหาร ดื่มน้ำ เล่น หรือตื่นนอน มักเป็นเวลาที่ลูกสุนัขถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ลูกสุนัขเล็กๆ อาจถ่ายทุก 2-3 ชั่วโมง
  2. เมื่อลูกสุนัขรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ มักจะดมกลิ่นบนพื้น บางตัวอาจดมพื้นแล้ววิ่งวนไปรอบๆ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะต้องรีบนำลูกสุนัขไปยังที่ที่จัดไว้ให้ลูกสุนัขถ่ายทันที
  3. วางลูกสุนัขลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ซึมซับได้ดี นอกจากนี้ ยังมีราคาถูกและหาได้ง่าย การเปลี่ยนกระดาษหนังสือพิมพ์ควรเหลือแผ่นเก่าไว้บ้าง เพื่อให้ลูกสุนัขจำกลิ่นและถ่ายที่เดิมอีก
  4. เมื่อลูกสุนัขขับถ่ายบนกระดาษแล้ว เจ้าของควรแสดงความชื่นชมสุนัข ถ้าสุนัขไปถ่ายบริเวณอื่น ก็ไม่ต้องลงโทษ หรือจับสุนัขไปดมสิ่งขับถ่ายที่อยู่บนพื้น
 นอกจากจากการฝึกอุปนิสัยการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางแล้ว เราสามารถตรวจดูสุขภาพของสุนัขได้ เมื่อเก็บของเสียที่ถ่ายออกมา ดูว่ามีสีผิดปกติหรือไม่ ถ่ายเหลวไปหรือไม่ มีพยาธิหรือไม่ จากลักษณะที่บ่งบอกนี้จะช่วยให้เรารักษาอาการผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยให้สุนัขปลอดภัยจากโรคที่มีอาการร้ายแรงได้
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1019</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>10อันดับประเทศที่มีประชากรสุนัขมากที่สุดในโลก</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1016</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1016#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:32:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1016</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มต้นจากอับดับที่ 10 ได้แก่ประเทศ อาฟริกาใต้ มีประชากรสุนัขกว่า   7,300,000 ตัว  เยอะแบบนี้เองจึงไม่แปลกใจว่าทำใมถึงติดอันดับ มองไปทางไหนก็เห็น   มีน้องหมาเยอะแบบนี้นี่เองถึงเอาน้องหมามาแลกกะละมังโดยที่ไม่คิดอะไรกัน

อันดับที่ 9 ประเทศไทย ไทยแลนด์แดนสยามของเรานี่เองค่ะ   เรามีประชากรสุนัขกว่า 7,440,000 ตัว   ในจำนวนนี้มะเหมี่ยวเองก็ไม่แน่ใจนะคะว่าจะเป็นสุนัขเลี้ยงหรือสุนัขจรจัด  มากกว่ากัน

อันดัยที่ 8 ประเทศ ฟิลิปิน มีประชากรสุนัขกว่า 7,690,000 ตัว

อันดับที่ 7 ประเทศ ฝรั่งเศส มีประชากรสุนัขกว่า 8,495,000 ตัว

อันดับที่ 6 ประเทศ รัสเซีย มีประชากรสุนัขกว่า 11,200,000 ตัว   แต่ว่าถ้าลองเอาจำนวนน้องหมามาเทียบกับขนาดประเทศแล้วดูน้อยไปเลยนะคะเนี่ย

อันดับที่ 5 ประเทศ ญี่ปุ่น มีประชากรสุนัขกว่า 12,780,000 ตัว โอ้โห [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1016</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>10 อันดับสุนัขเฝ้ายาม</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1012</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1012#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 14:21:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1012</guid>
		<description><![CDATA[อันดับที่ 10 The German Shepherd

มีถิ่นกำเนิด ในประเทศเยอรมันมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า  &#8220;อัลเชเชี่ยน&#8221; เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนาทั้งทาง ด้านโครงสร้างและจิตใจให้มี  ความพร้อมในการทำงานได้ อย่างดีเยี่ยม เป็นสุนัขที่มี พละกำลังมาก  ขณะยืนครอบ คลุมพื้นที่ได้มาก ช่วงก้าว ยาวทำให้สามารถเดิน-วิ่งใน  ระยะทางไกล ๆ ได้
เป็นสุนัขที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อการ เดินการวิ่งมีความสัมพันธ์  ต่อเนื่องกันไม่ว่าขณะยืน หรือเคลื่อนที่มีความสง่างาม  ปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ทั่วโลก  สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะอากาศแบบต่าง ๆ ได้ นิยมใช้ในกิจกรรมของทหาร  ตำรวจ รักษาความปลอดภัย ตลอดจนเฝ้าบ้านหรือนำทางคนตาบอด
อุปนิสัย ฉลาด กล้าหาญ มีจิตใจมั่นคง ไม่ตื่นตกใจง่าย แม้แต่เสียงปืน  จึงเป็นสุนัขที่นิยมฝึกใช้ใน การสงครามหรือตำรวจมากที่สุด ส่วนหัว  มีความสง่างาม ดูมั่นคงแข็งแรง เพศผู้จะมีส่วนหัวที่มีลักษณะเข้มแข็ง  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1012</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลสุนัขตั้งครรภ์</title>
		<link>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1006</link>
		<comments>http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1006#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 13:54:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nan</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.medtechzone.com/Blog/?p=1006</guid>
		<description><![CDATA[การดูแลสุนัขตั้งครรภ์
การวินิจฉัยสุนัขตั้งครรภ์
การวินิจฉัย ครรภ์สุนัขสามารถทำได้หลายวิธี การคลำ อัลตราซาวด์ หรือภาพถ่ายรังสี การคลำสามารถตรวจ ได้ตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 28 ของการตั้งท้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นกล้ามเนื้อ หรือความอ้วน ของแม่สุนัขด้วย การอัลตราซาวด์ สามารถพบลักษณะถุงน้ำของตัวอ่อนได้ตั้งแต่วันที่ 17 ของการตั้งครรภ์ แต่จะเห็นได้ ชัดเจนขึ้นประมาณวันที่ 25 ถึง 30 ซึ่งช่วงนี้จะเริ่มพบการเต้นของหัวใจของ ลูกสุนัขได้ เพียงแต่ความ ถูกต้องแม่นยำของการนับจำนวนของตัวอ่อน จะไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงท้ายของการ ตั้งครรภ์วันที่ 50 ขึ้นไป สามารถถ่ายภาพรังสี ตรวจเพื่อนับจำนวนลูกสุนัข ได้อย่างถูกต้อง
อาหารในสุนัขตั้งท้องใน อายุครรภ์สัปดาห์ที่สาม สุนัขอาจมีอาการแพ้ท้องได้เช่นกัน โดยแสดงอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด และอาจมีภาวะคลื่นเหียน อาเจียน แต่อาการเหล่านี้ควรจะหมดไปภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถ้าไม่ดีขึ้น ควรนำสุนัขไปตรวจกับสัตวแพทย์ แม่สุนัขตั้งครรภ์ไม่มีความจำเป็น ที่ต้องเพิ่มปริมาณอาหาร สารอาหารที่รับมากเกินไป ทำให้สุนัข อ้วนมากขึ้น โดยจะเกิดปัญหาคลอดยากตามมา การเพิ่มปริมาณอาหาร สามารถเพิ่มได้ที่อายุการ ตั้งครรภ์สามสัปดาห์สุดท้าย สัดส่วนที่เหมาะสม คือเพิ่ม 30 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.medtechzone.com/Blog/?feed=rss2&amp;p=1006</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>

