

Auspicious time
ปีใหม่ที่ผ่านมาหลายๆคนคงมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ แต่สำหรับคนมีเวร ( มีกรรม) ไม่ใช่สิ คนที่ต้องทำงานอยู่เวรอย่างมดตะลอน และชาว lab อีกหลายคน คงต้องใช้เวลาว่างที่มีอยู่น้อยนิดตระเวนเที่ยวในกรุงเทพ เพราะคิดว่ารถคงไม่ติดการเดินทางน่าจะสะดวก แต่สิ่งที่คิดไว้ผิดทั้งหมด วันที่ 2 ม.ค. เป็นวันที่รถติดมากๆ หลายคนใจตรงกันเดินทางไปทำบุญไหว้พระในวันนี้ แต่ไม่เป็นไรถึงแต่ละวัดจะมีคนมาแน่นมากๆแต่ก็ตั้งใจมาแล้ว ก็เริ่มต้นที่แรกเอาฤกษ์เอาชัยที่วัดไตรมิตร ซึ่งมี พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำสุโขทัยไตรมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อให้บุคคลผู้สนใจและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ ที่ได้จัดแสดงไว้ภายในพระมหามณฑปแห่งนี้ โดยพระมหามณฑปจะเปิดให้เยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น. เฉพาะชั้นที่ ๒ และชั้นที่ ๓ เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ (หยุด - ปิดวันจันทร์) แต่สำหรับชั้นที่ ๔ อันเป็นชั้นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร จะเปิดให้นมัสการหลวงพ่อทองคำได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

มุมเก๋ๆหน้ากระทรวงกลาโหม

พระมหามณฑป
แต่วันนั้นคนเยอะมากเข้าไปข้างในไม่ได้จึงถ่ายรูปหลวงพ่อทองคำจากระเบียงข้างนอก
แล้ววัดต่อไปคือวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดจีนที่มีผู้คนมาทำบุญในช่วงปีใหม่เยอะมากๆทำให้แสบตาน้ำหูน้ำตาไหลเพราะควันธูปตลบอบอวนเกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องคอยระวังเวลาจุดธูปต้องยกขึ้นสูงๆ

จากนั้นก็เดินลัดเลาะผ่านเยาวราชหาอะไรรองท้อง เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง แล้วก็ไปต่อวัดที่สามคือวัดสุทัศ หรือ วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย
จากนั้นก็ไปกันต่อที่หมายต่อไปคือวัดราชนัดดารามวรวิหาร หรือวัดโลหะปราสาท เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนมหาชัยที่ตัดกับถนนราชดำเนินกลาง เป็นวัดที่สวยและโดดเด่นมาก เป็นบริเวณที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๓ แห่ง พระบรมราชจักรีวงศ์ มีมูลเหตุการสร้างวัดในปี พ.ศ. ๒๓๘๙ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชปรารถจะสร้างพระอาราม เพื่อให้ปรากฏเป็นเกียรติยศ แก่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ซึ่งต่อมาในรัชกาลที่ ๔ ได้สถาปนาเป็นสมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดี พระมเหสีองค์แรก ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น โลหะปราสาทเป็นโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และถือเป็นองค์ที่ 3 ของโลกยอดปราสาทประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานที่ยอดปราสาท ต้องเดินขึ้นบรรไดวนขึ้นไปที่ยอดปราสาท ซึ่งจะขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุได้ครั้งละ 3 - 4 คนเพราะที่ยอดปราสาทจะแคบๆ หลังจากเดินลงจากปราสาทก็หมดแรงซะแล้ว จึงตัดสินใจไปวัดโพธิเป็นวัดสุดท้ายแระกัน จบทริปก็หมดแรงพอดี แล้วทริปหน้าจะเก็บรูปมาฝากอีกนะคะ
by…. Mod ta lon