เรียนนิติศาสตร์อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
เรียนนิติศาสตร์อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
ภิรมย์พร ไชยยนต์*
บทนำ**
นิติศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นการศึกษาเครื่องมือในการควบคุมคนในสังคม คนที่เรียนจะต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าปกติ หลายคนที่ตัดสินใจมาเรียนศาสตร์นี้คงตระหนักดีว่าศาสตร์ที่เรียนนี้สำคัญแค่ไหน และการจะเรียนนิติศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก แต่หากนั่นคือเป้าหมายของเรา การเรียนนิติศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จคงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป การเรียนให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องรู้จักวิธีการเรียนและการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง
จุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้
การที่เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดนั้น ก่อนอื่นต้องรักในสิ่งที่เรียนก่อน ถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ว่าเรารักที่จะเรียนหรือไม่ เมื่อคำตอบคือใช่หรือคำตอบคือไม่แน่ใจ จงทำใจให้รักแล้วทุกอย่างก็จะสำเร็จ
1. การเรียน
การเข้าเรียน การเข้าเรียนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากนักศึกษาควรที่จะเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้เข้าใจตัวบทกฎหมาย เข้าใจฎีกาที่สำคัญต่างๆได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นนักศึกษายังได้มีโอกาสพบกับอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่มาให้ความรู้ หากนักศึกษามีข้อข้องใจก็สามารถสอบถามอาจารย์ได้และในขณะที่เรียนนั้นควรที่จะมีการจดย่อประเด็นสำคัญในวิชาที่อาจารย์สอนว่าหัวใจสำคัญของวิชานั้นๆ คืออะไรนอกจากจะเป็นการทบทวนบทเรียนด้วยภาษาของตนเองแล้วเมื่อใกล้สอบยังสามารถอ่านสมุดจดประกอบช่วยให้อ่านหนังสือเร็วและเข้าใจง่ายขึ้น การเรียนกฎหมายนั้นนักศึกษาต้องเรียนให้เกิดความสงสัย แล้วพยายามตั้งคำถาม ถามอาจารย์ที่สอน ถามเพื่อน รวมทั้งถามตัวเองอยู่เสมอว่าวิชาที่เรียนนั้นสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างความสงบสุขให้แก่สังคมได้อย่างไร
การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือสำหรับนักศึกษากฎหมายนั้นเป็นเรื่องคู่กัน นักศึกษาต้องอ่านหนังสือให้มากและต้องจัดสรรเวลาในการอ่านหนังสือให้ได้ โดยในแต่ละวันต้องกำหนดว่าจะอ่านกี่ชั่วโมง ต้องมีการวางแผนอยู่เสมอและมีวินัยในตัวเองให้มาก ซึ่งแต่ละคนนั้นความเข้าใจไม่เหมือนกันบางคนอ่านแล้วเข้าใจง่ายก็ใช้เวลาอ่านไม่นาน บางคนต้องอ่านหลายรอบจึงเข้าใจจึงต้องใช้เวลาในการอ่านหนังสือค่อนข้างมาก ดังนั้นเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องจัดสรรให้เหมาะสมกับตัวเอง ส่วนหนังสือที่ต้องอ่านคือหนังสือที่อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นแนะนำในชั้นเรียนน่าจะดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามหนังสือมีจำนวนมากดังควรเลือกอ่านหนังสือที่นักศึกษาอ่านแล้วมีความเข้าใจ อ่านง่ายมากที่สุดสำหรับนักศึกษา นอกจากหนังสือเรียนแล้วจะต้อง บทความทางกฎหมายและอ่านคำพิพากษาฎีกาด้วย เพราะคำพิพากษาฎีกานั้นนอกจากจะเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันแล้ว ยังเป็นตัวอย่างในการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายที่ดีอันจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น
การอ่านหนังสือ สำหรับนักศึกษาใหม่นั้นต้องรวบรวมสมาธิให้ดีเพราะหากไม่มีสมาธิแล้วจะทำให้อ่านหนังสือได้น้อยและไม่เข้าใจ จึงต้องฝึกฝนโดยการอ่านอย่างสม่ำเสมอ สถานที่ในการอ่านก็สำคัญควรเลือกให้เหมาะสม เช่น ห้องสมุดนั้นเงียบเหมาะแก่การหนังสือ เพื่อให้การอ่านหนังสือมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การสอบ ก่อนอื่นที่สำคัญคือการเตรียมตัวสอบ นักศึกษาต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะสอบ ต้องอ่านหนังสือให้เข้าใจอย่างน้อย 1 รอบ และต้องท่องจำหลักกฎหมายให้ได้ การเตรียมตัวที่ดีอย่างหนึ่งในการสอบคือการฝึกเขียนตอบข้อสอบ โดยการนำแบบทดสอบหรือข้อสอบเก่ามาฝึกทำเพื่อฝึกทักษะการจับประเด็นในข้อสอบ ฝึกให้เกิดการสงสัย ฝึกการใช้ภาษากฎหมายในการเขียนตอบข้อสอบ เพราะการตอบข้อสอบกฎหมายนั้นนักศึกษาต้องใช้ภาษากฎหมายในการตอบข้อสอบจึงจะได้คะแนนดี และการทำข้อสอบต้องมีการวางแผนเวลาในการทำข้อสอบว่าแต่ละข้อควรใช้เวลาประมาณเท่าไหร่จะได้ทำให้ทันเวลาครบถ้วนทุกข้อ และการทำข้อสอบนั้นไม่จำต้องทำเรียงข้อ หากทำข้อไหนได้ก็สามารถทำได้ก่อนแล้วค่อยทำข้อที่ยากทีหลังได้
ก่อนเข้าห้องสอบนักศึกษาต้องทำสมาธิให้นิ่งและพร้อมที่สุดในการทำข้อสอบ อาจจะทำโดยการหามุมสงบทำสมาธิประมาณ5-10นาที ที่สำคัญอย่าเข้าห้องสอบช้าเพราะจะทำให้ลนลานไม่มีสมาธิและควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สะอาดจะได้ไม่เป็นอุปสรรค์ในการทำข้อสอบ ส่วนการทำข้อสอบกฎหมายในระดับมหาวิทยาลัยนั้นมีทั้งข้อสอบทฤษฎีหรืออธิบาย และข้อสอบตุ๊กตาหรือข้อสอบวินิจฉัยซึ่งข้อสอบวินิจฉัยนั้นมีทั้งหมด 3 ส่วนคือ ส่วนแรกคือตั้งประเด็นและวางหลักกฎหมาย ตามด้วย การปรับข้อเท็จจริงเข้ากับหลักกฎหมาย และสุดท้ายคือ สรุปหรือฟันธงคำตอบนั่นเอง โดยข้อสอบในแต่ละส่วนนั้นจะมีอัตราการให้คะแนนแตกต่างกัน จะต้องศึกษาให้ดี
2. การใช้ชีวิตประจำวัน
การวางแผนการใช้จ่าย การใช้ชีวิตประจำวันก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเรียน เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นต้องออกจากบ้านมาอยู่เองโดยที่ต้องรับผิดชอบชีวิตตนเอง ต้องปรับตัวและจัดระบบชีวิตให้เป็น นอกจากการปรับตัวแล้วการใช้จ่ายก็เป็นเรื่องที่สำคัญ การเรียนระดับมหาวิทยาลัยนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก หากใช้จ่ายซุ่มเฟือยเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดปัญหาและส่งผลต่อการเรียนได้ ดังนั้นนักศึกษาจึงต้องวางแผนการใช้จ่ายให้พอเพียง ใช้จ่ายอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด การอยู่ในกลุ่มเพื่อนหรือสังคมไม่จำเป็นต้องตามเพื่อนหรือตามแฟชั่นจนทำให้ตัวเองต้องลำบาก
การดูแลสุขภาพ นักศึกษาต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนและออกกำลังกายให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพียงพอนั้นจะทำให้นักศึกษามีความจำที่ดี และเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การจับกลุ่มติว การติวถือว่าเป็นส่วนที่ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องมีการเสวนาข้อกฎหมายกันภายในกลุ่มเพื่อนอยู่อย่างสม่ำเสมออาจจะนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวสารต่างๆมาประกอบการเสวนาก็ได้ การติวนั้นเพื่อนจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นและในความคิดเห็นที่แตกต่างจะทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
การเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัยนั้นล้วนแต่มีประโยชน์แก่นักศึกษาทั้งสิ้น เพราะทำให้นักศึกษารู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักระบบการทำงาน และได้รู้จักคบเพื่อนที่หลากหลาย แต่เนื่องด้วยนักศึกษานิติศาสตร์นั้นต้องเรียนค่อนข้างหนัก ดังนั้นจึงควรเลือกทำเฉพาะกิจกรรมที่ชอบหรือสนใจไม่มากเกินไป เพื่อไม่กระทบแก่การเรียนของนักศึกษาเอง
บทส่งท้าย
อย่างไรก็ดีการที่จะเรียนให้ประสบผลสำเร็จนั้นขึ้นอยู่ที่ความตั้งใจของแต่ละบุคคล เมื่อนักศึกษามีความมุ่งมั่นตั้งใจ ขยันและอดทน มีความเพียรพยายามผู้นั้นต้องประสบความสำเร็จในการเรียนนิติศาสตร์อย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนตระหนักอยู่เสมอว่าไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่มีการลงทุนลงแรงเป็นแน่ ขอให้ทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุข ใช้ชีวิตอย่างสมดุล สำหรับผู้เขียนในการเรียนนิติศาสตร์ยังไม่ถือว่าประสบความสำเร็จแต่ถือว่าผ่านขั้นที่ 1 แล้วเท่านั้นเพราะ “การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดแต่อย่างใด”
“เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน”
สุภาษิตจีน