หลายๆ ครั้งที่เราเกิดคำถาม…
หลายๆ ครั้งที่คนเราเวลาเกิดคำถามของความรักที่อยากรู้ขึ้นมา
ก็อยากจะได้คำตอบ . . .
แต่พอได้คำตอบแล้ว ก็ยังต้องมาเป็นทุกข์กับคำตอบที่ได้นั้นอีก
ทั้งๆ ที่คำตอบนั้นคือความจริง
. . . เพราะอะไรน่ะเหรอ . . .
เพราะว่า จริงๆ แล้ว เราอาจจะไม่ได้อยากฟัง
คำตอบที่เป็นความจริง แต่เราคาดหวังที่จะได้ฟัง
คำตอบที่อยากจะได้มากกว่า . . .
. . .
และเมื่อคำตอบที่ได้รับ มันไม่ใช่คำตอบที่อยากได้
เราก็ทุกข์ใจ และค้างคาอยู่กับตรงนั้นไม่ยอมเลิก
. . . ทำให้ลืมเปลี่ยนมุม . . .
ที่สามารถมองให้เป็นอย่างอื่นได้อีก สำหรับในเรื่องของความรัก
ความคลุมเครือนี่แหละ คือสิ่งที่ทรมานจิตใจที่สุด
แต่!!!! ชีวิตของคนเราจะแกร่งขึ้น เมื่อถูกทดสอบด้วยความจริงที่โหดร้ายเสมอ
และการยอมรับความจริงนั้น ไม่ใช่การยอมแพ้
แต่เป็นการที่เราจะต้องยอมทำใจสำหรับบางเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขมันได้อีก
เพื่อจะได้มีแรงเก็บไว้มีกำลังใจกับเรื่องอื่นๆ
ที่จะเข้ามาอีกในวันข้างหน้า
เมื่อเราสามารถรับมือกับเรื่องต่างๆ
บนโลกของความจริงได้
เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสนุกขึ้น
และอยากให้มองเรื่องที่ผ่านมานั้นเป็นแง่บวก+
พร้อมยิ้มรับกับความจริง ^^
. . . แล้วเดินหน้าต่อไป
เพราะเวลาที่เราเลิกร้องไห้เมื่อไหร่
เราก็จะมองเห็นทางเดินข้างหน้าที่ชัดเจนขึ้นเมื่อนั้น. . .
วิธีฝึกการมองโลกหรือมองคนอื่น สิ่งอื่น ในแง่ดี หรือในด้านที่สวยงาม ที่ทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันที่ท่านสามารถฝึกฝนได้ มีดังต่อไปนี้
1. ฝึกมองดอกไม้
ดอกไม้มีพลังพิเศษในตัวเอง ที่ไม่ว่าเมื่อใครมองมา ก็จะเห็นความสวยงามและรู้สึกดีเหมือนกันหมด จากการนั่งมองดอกไม้ ลองไล่สายตาไปสิ จากกลีบดอกสู่เกสรกวาดสายตามองรูปทรงและสีสันของมัน เห็นความสดชื่นในดอกไม้มั้ย เห็นกลีบที่บรรจงคลี่ออกอย่างเบิกบานนั้นมั้ย นี่ไง สิ่งสวยงาม ความสวยงาม ที่ตาเรามองเห็น และใจของเราก็สัมผัสได้
2. ฝึกมองภาพถ่ายหรืองานศิลปะ
ศิลปินเป็นผู้มีดวงตาพิเศษ เขามักจะเห็นความงามแม้ซ่อนอยู่ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือเขียนภาพ ศิลปินจะดึงความงามเหล่านั้นออกมาแสดงให้คนดูให้ประจักษ์ การชื่นชมภาพถ่ายสวยๆ หรืองานศิลปะดีๆ คือการสะสมความสวยงาม และการมองเห็นความงดงามเป็นการเสพรับด้านบวกเข้าสู่จิตใจ ทำให้เกิดการกล่อมเกลา และในที่สุดก็จะกลายเป็นคนที่ชอบมองด้านดีๆ หรือสิ่งสวยๆ งามๆ มากกว่าหมกมุ่นอยู่กับอะไรที่มันร้ายๆ ไม่น่ารู้ไม่น่าดู ไม่อยากรู้สึกด้วย
3. เพ่งพักตร์พระพุทธรูป
ไม่ว่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของสกุลช่างไหน พระพุทธรูปก็มักจะมีวงพักตร์ที่งดงาม อิ่มเอิบแช่มชื่น และมีเมตตา เวลาที่สบพระเนตรหรือมองไปยังพระพักตร์ของพระพุทธรูป พลังแห่งความปิติอิ่มเอิบ และความเบิกบานก็มักจะแผ่ซ่านมาถึงตัวเราได้ด้วย
4. ฝึกทายหัว-ก้อย
เล่นปั่นแปะกับตัวเองบ่อยๆ เพื่อจะได้คอยทายว่าเหรียญที่เราปั่นนั้นจะออกหัวหรือก้อย หากใช้เหรียญสองเหรียญ ก็จะมีทั้งหัว กลาง และก้อย คำถามที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือฝึกเล่นทำไม ฝึกเล่นเพื่อให้รู้ว่าเราไม่ได้ทายถูกทุกครั้งไป สิ่งที่เราคิดว่าเหรียญมักจะเป็นส่วนมาก คือการคาดการณ์หรือคาดเดาเอาทั้งนั้น
กับผู้อื่นก็เช่นเดียวกัน ใช่ว่าเราจะถ่องแท้กับสิ่งที่เขาเป็น หลายครั้งเราคาดเดาว่าเขาเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ และยึดเอาการคาดเดานั้นเป็นความจริง สิ่งที่เราคิดกับเขาจึงคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอย่างน่าเศร้า เกมปั่นแปะจะช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็นจริง บางครั้งไม่ใช่ หรือไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลยสักนิด ฉะนั้น สิ่งที่เราคิดกับคนอื่นก็อาจผิดได้ เหมือนกับการทายหัว กลาง หรือก้อย นั่นแหละ