แคลเซียมเป็นแคทไอออนที่สำคัญของน้ำนอกเซลล์ มีความสำคัญต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อ การหลั่งสารสื่อประสาท ช่วยในการแข็งตัวของเลือด การคัดหลั่งฮอร์โมนและสารถ่ายทอดสัญญาณประสาท
ร้อยละ 99 ของแคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ซึ่งอยู่ในรูปของ Hydroxyapatite ส่วนที่เหลือจะละลายอยู่ในน้ำของร่างกาย ซึ่งมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ
1. แคลเซียมอิสระ(Ionized form)
2. รวมตัวอยู่กับกลุ่มของฟอสเฟต, ซิเตรท และไบคาร์บอเนต
3. รวมตัวกับโปรตีนในพลาสม่า
แคลเซียมที่อยู่ในรูปอิสระจะเป็นตัวที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย
การรักษาสมดุลของแคลเซียมในเลือด
1. Parathyroid hormone ทำให้ระดับแคลเซียมในพลาสม่าให้เพิ่มขึ้น โดยกระตุ้นให้กระดูกสลายแคลเซียม เพิ่มการดูดกลับแคลเซียมที่หลอดไต กระตุ้นให้วิตามิน D ออกฤทธิ์ที่ไต(Active vitamin D)
2. Calcitonin hormone ทำให้แคลเซียมในพลาสม่าลดลง โดยกระุ้ตุ้นให้มีการสะสมแคลเซียมที่กระดูก
3. Vitamin D กระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟตจากทางเดินอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้กระดูกสลายแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น(Bone resorption) เพิ่มการดูดกลับของแคลเซียมในไต ทำให้แคลเซียมในเลือดเพิ่มมากขึ้น
หลักการตรวจวิเคราะห์
หลักการ
Modification of the calcium O cresolphythalein complex (OCPC)
Ca + OCPC > Ca-OCPC complex
Mg + 8-Quinolinol > Mg-quinolinate
Calcium เมื่อทำปฏิกิริยากับ OCPC จะได้สารประกอบเชิงซ้อนสีม่วง จำนวนสารประกอบเชิงซ้อนที่ถูกสร้างขึ้นนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข้มข้นของ calcium ในซีรั่ม ส่วน magnesium ion เมื่อทำปฏิกิริยากับ OCPC จะได้สารประกอบเชิงซ้อนที่มีสีเช่นเดียวกัน แต่ magnesium จะถูกกำจัดออกโดยทำปฏิกิริยากับ 8-Quinolinol ซึ่งได้สารประกอบเชิงซ้อน Mg-quinolinate ที่ไม่ดูดกลืนแสงที่ 577 nm
Normal values
- Serum 8.1 - 10.4 mg/dl
- Urine 24 hrs. 42 - 353 mg/24hrs.
Interpretation
High |
Low |
| - Parathyroid over activity |
- Lack of vitamin D |
| - Hypervitaninosis A, D |
- Hypoparathyroidism |
|