แมกนีเซียมเป็นแคทไอออนที่สำคัญในน้ำในเซลล์ ประมาณร้อยละ 50-60 อยู่ภายในเซลล์ของกระดูก ที่เหลือจะพบในเซลล์กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อต่างๆ และเม็ดเลือดแดง ส่วนในกระแสเลือดมีประมาณ 1.8-2.4 mg/dl ประมาณร้อยละ 60-70 ของแมกนีเซียมในพลาสม่าจะอยู่ในรูปอิสระ ส่วนที่เหลือจะจับตัวกับโปรตีน
แมกนีเซียมทำหน้าที่เป็น co-factor ของเอนไซม์ที่สำคัญเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเคลื่อนย้ายหรือสลายกลุ่มฟอสเฟต จำเป็นต่อเอนไซม์ในปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยรวมกับเอทีพีได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนแมกนีเซียมขเอทีพี (Mg-ATP complex) และยังจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อประสาทคล้ายแคลเซียม
แมกนีเซียมในรูปอิสระ (Ionized form) ที่ถูกกรองออกมา ประมาณร้อยละ 90-99 จะถูกดูดกลับและที่เหลือจะถูกขับทิ้ง ในภาวะปกติการขับถ่ายแมกนีเซียมจะมีอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะมีการรับประทานแมกนีเซียมในระดับต่ำ ทำให้เกิดภาวะการขาดแมกนีเซียมเช่นเดียวกับโปรแตสเซียม
หลักการตรวจวิเคราะห์
หลักการ
Mg++ + MTB > Mg-MTB complex
Ca++ + BA-EGTA > Complex(Nonabsorbs)
Magnesium ion ในซีรั่มจะทำปฏิกิริยากับ methylthymol blue(MTB) เกิดเป็นสารเชิงซ้อนสีน้ำเงิน ปริมาณของสารเชิงซ้อน(MG-MTB Complex) ที่เกิดขึ้นจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข้มข้นของ magnesium ในซีรั่ม ส่วนการรบกวนของ แคลเซียมจะถูกทำให้ลดลงโดยการรวมตัวเป็นสารเชิงซ้อนกับเกลือ barium ของ ethylenebis(oxyethylenenitrilo) tetraacetic acid (Ba-EGTA) ได้เป็นสารที่ไม่ดูดกลืนแสง
สิ่งส่งตรวจ
- Serum, Urine
ข้อจำกัดในการตรวจ
- Hemolysis serum จะทำให้ค่า magnesium สูง เนื่องจากในเม็ดเลือดแดงมี magnesium สูงกว่าใน serum ถึง 3 เท่า
- Lipemic serum ที่มีค่า triglyceride สูงจะทำให้ค่า magnesium ลดลง
Normal values
- Serum 1.8 - 2.4 mg/dl
- Urine 24 - 255 mg/24hrs
Interpretation
High |
Low |
| - Acute renal failure |
- Neonatal hepatitis |
| - Oxygen lack newborn |
- Acute pancreatitis |
| - Cardiac arrest |
- Chronic glomerulone phritis |
|