โซเดียมเป็นอิเลคโตรลัยด์สำคัญของน้ำภายนอกเซลล์ และมีปริมาณมากกว่าสารชนิดอื่นๆ 40% ของโซเดียมเป็นส่วนประกอบของโครงกระดูก(ซึ่งประมาณ 2/3 ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้) 50% ของโซเดียมอยู่ในน้ำนอกเซลล์และอีก 10% อยู่ในน้ำในเซลล์
ร่างกายเราต้องการธาตุโซเดียมประมาณ 8-15 กรัมต่อวัน เพื่อทดแทนส่วนที่ถูกขับออก โดยได้รับจากอาหารและแร่ธาตุต่างๆ การดูดโซเดียมเกือบสมบูรณ์ที่ระบบทางเดินอาหาร การสูญเสียโซเดียมส่วนใหญ่จะออกทางปัสสาวะ บางส่วนจะถูกขับออกทางเหงื่อและทางอุจจาระ แต่ถ้าท้องเสียรุนแรงจะสูญเสียโซเดียมมาก การควบคุมโซเดียมในร่างกายขึ้นอยู่กับ aldosterone และระบบประสาท โซเดียมมีบทบาทสำคัญในการคงไว้ของการกระจายน้ำทั้้ัังนอกเซลล์และในเซลล์
ในภาวะปกติปริมาณโซเดียมที่ได้รับกับปริมาณโซเดียมที่สูญเสียต้องเท่ากัน โดยไตเป็นอวัยวะที่ปรับปริมาณของโซเดียมในร่างกายเพราะถ้าร่างกายมีโซเดียมมากจะถูกขับออกทางปัสสาวะ โดยโซเดียมจะถูกขับออกมาสู่ไตเท่ากับความเข็มข้นในพลาสม่า เมื่อผ่านมาในหลอดไตจะมีการดูดกลับของโซเดียมมากกว่า 90% ของโซเดียมที่ถูกกรองออกมาิ โดยแบ่งเป็นร้อยละ 65 จะถูกดูดกลับในหลอดไตส่วนต้น ประมาณร้อยละ 20-25 ถูกดูดกลับที่หลอดไตรูปตัว U ขาขึ้น และประมาณร้อยละ 7-8 ถูกดูดกลับที่หลอดไตส่วนปลายและหลอดไตรวม ส่วนที่เหลือร้อยละ 1 จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ
ปัจจัยที่มีผลต่อการดูดกลับของโซเดียม
1. ความสมดุลของโกลเมอรูลัสกับหลอดไต(Glomerulotubular Balance) เมื่อมีอัตราการกรองเพิ่มขึ้นการดูดกลับของโซเดียมที่หลอดไตก็จะเพิ่มขึ้นตาม
2. ฮอร์โมน aldosterone มีผลเพิ่มการดูดกลับโซเดียมในหลอดไตส่วนปลายและหลอดไตรวม นอกจากนี้ยังเพิ่มการดูดกลับโซเดียมในต่อมเหงื่อ, ต่อมน้ำลาย และลำไส้ใหญ่
3. แรงที่มีผลต่อการดูดกลับของโซเดยีมและน้ำที่หลอดไต(Intrarenal physical forces) เมื่อแรงดันน้ำลดลงและแรงดันออนโคติคของหลอดเลือดฝอยรอบๆหลอดไตเพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้การดูดกลับโซเดียมและน้ำเพิ่มขึ้น
4. ฮอร์โมน Natriuretic มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของโซเดียมที่หลอดไตโดยไปยับยั้งเอ็นไซม์ Na-K ATPase นอกจากนั้นยังลดการหลั้งฮอร์โมน aldosterone 1และทำให้หลอดเลือดขยายตัว
5. การปรับการไหลเวียนของเลิอดภายในไต ถ้าความดันโลหิตลดลงเลือดจะผ่านไปยังชั้นนอกลดลงทำให้อัตราการกรองลดลงเป็นผลให้การขับโซเดยีมออกลดลงด้วย
6. ฮอร์โมน Catecholamine มีผลต่อหลอดไตและหลอดเลิอดในไตดังนี้
- ทำให้หลอดเลือดบีบตัว ปริมาณเลือดไปเลี้ยงหลอดไตลดลง
- กระตุ้นการหลั่งเรนิน
- กระตุ้นการดูดกลับโซเดียที่หลอดเลือดไตส่วนต้น
7. Angiotensin II ทำให้หลอดเลือดบีบตัวและกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน aldosterone นอกจากนั้นยังกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ADH และศูนย์การกระหาย
นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนตัวอื่นๆ ที่มีผลต่อการดูดกลับของโซเดียม ได้แก่ cortisol, estrogen, insulin, และ growth hormone ส่วน glucagon, progesterone และ parahormone ลดการดูดกลับของโซเดียม
ความผิดปกติของสมดุลโซเดียม
1. ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ(Hyponatremia)
เป็นภาวะที่มีโซเดียมในพลาสม่าต่ำกว่า 130 mmol/l โดยเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
- ไต ได้แก่ การขาดฮอร์โมน aldosterone, การได้รับยาถ่ายปัสสาวะและโรคไตอักเสบ
- ระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ การอาเจียนและท้องเดิน
- ผิวหนัง ได้แก่ แผลไฟไหม้หรือน้ำำร้อนลวก
นอกจากนี้ยังพบได้ในสภาวะดังนี้ คือ
- ผู้ป่วย diabetes insipidus(เบาจืด) คือ ร่างกายจะหลั่ง ADH น้อยกว่าปกติ ทำให้ไตขับปัสสาวะออกมากกว่าปกติ มีผลให้โซเดียมถูกขับออกมาก
- ผู้ป่วย diabetes mellitus(เบาหวาน)และมีอาการ และมีอาการของ metabolic acidosis จะผลิต keton body ซึ่งจะจับกับโซเดียมออกทางปัสสาวะมาก
- ผู้ป่วย addison's disease ร่างกายหลั่ง aldosterone น้อยกว่าปกติทำให้อัตราการดูดกลับของโซเดียมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยลง
- ผู้ป่วยโรคท้องเดินเรื้อรัง จะเสียโซเดียมไปทางอุจจาระมากกว่าปกติ
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ชนิดที่ทำให้ประสิทธิภาพการดูดกลับของท่อไตทำงานน้อยกว่าปกติ
อาการที่พบคือ ปวดศรีษะ, แขนขาอ่อนแรง, กระหายน้ำ, คลื่อนไส้, เบื่ออาหาร, อ่อนเพลีย, สับสน, ซึมลงจนถึงซักและหมดสติได้
2. ภาวะโซเดียมในเลือดสูง(hypernatremia)
เป็นภาวะที่มีโซเดียมมากกว่า 150 mmol/l และร่วมกับอาการบวม สาเหตุมาจากความผิดปกติหรือโรคทางสมอง, ภาวะที่ได้รับโซเดียมจากการรักษาและโรคไต จะพบโซเดียมในเลือดสูงในผู้ป่วยต่อไปนี้
- ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำ คือ ร่างกายเสียน้ำไปมากกว่าปกติแต่โซเดียมยังเท่าเดิม
- การรักษาผู้ป่วยด้วยยาที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบเป็นจำนวนมาก
- ผู้ป่วยที่มีฮอร์โมนอะดรีนาลินสูง(cushing's syndrome) เนื่องจากการทำงานของต่อมหมวกไตมากเกินไปทำให้มีการผลิตฮอร์โมนในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์เพิ่มขึ้น และไปกระตุ้นการดูดกลับของโซเดียม
- ผู้ป่วยมีการบาดเจ็บทางสมองบางประเภท
- ภาวะ diabetes coma ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดกลูโคสมากเกินไป ทำให้โซเดียมออกมาจากเซลล์มากเพื่อรักษาความกดดันออสโมติค
ค่าปกติของโซเดียม
Na = 135 - 145 mmol/l
|