Creatinine เกิดจาก creatine ซึ่งพบทั่วไปในกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อตับเป็นแหล่งสร้าง creatine จากกรดอะมิโน ไกลซีน,อาร์จินิน และเมไธโอนิน creatinie ที่สังเคราะห์เสร็จแล้วจะซึม(diffuse) เข้าสู่กระแสเลือด และนำไปเลี้ยงเซลล์ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์จากกล้ามเนื้อ ซึ่ง creatinine จะเปลี่ยนไปเป็น phosphocreatinine เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองขณะที่เซลล์กล้ามเนื้อในร่างกายทำงาน ในกล้ามเนื้อสดจะมีปริมาณของ creatinine และ phosphocreatinine รวมกันประมาณ 400 mg ต่อ 100 g ของกล้ามเนื้อสด และสารอินทรีย์ทั้งสองจะเปลี่ยนไปเป็น creatinine ประมาณ 2% ต่อวัน ดังนั้นปริมาณ creatinine ที่ขับออกมาจากปัสสาวะจะมีปริมาณคงที่ และจะไม่ขึ้นกับชนิดและปริมาณอาหารที่ทานเข้าไป
เมื่อ creatinine ถูกกำจัดออกจากพลาสม่าโดยการกรองของกรวยไต และขับออกมาทางปัสสาวะ โดยไม่มีการดูดกลับที่กรวยไต (สำหรับยูเรียจะมีการดูดกลับ) ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้อัตราความเร็ว(ของการกำจัด (creatinine clearance) มีค่าค่อนข้างสูง (ค่าเฉลี่ย = 125 mg/min ) เมื่อเทียบกับอัตราความเร็วของการกำจัดยูเรีย (ค่าเฉลี่ย = 70 mg/min) ผู้ป่วยที่มีไตเสียหมายถึง การมีอัตราเร็วของการกรองผ่านกรวยไตลดลง ดังนั้นการทำ creatinine clearance จะมีความแม่นยำมากกว่าการตรวจ creatinine ในซีรั่มเพียงอย่างเดียว เพราะการใช้ค่า creatinine ในซีรั่มมาแปรผลในผู้ป่วยโรคไตนั้น จะต้องเปรียบเทียบกับค่าเดิม(baseline) ที่เคยหาได้ก่อนเป็นโรคไต เช่น ผู้ป่วย 2 คน เดิมมีค่า creatinine ในซีรั่มเท่ากับ 1.0 และ 8.0 mg/dl ตามลำดับ เมื่อมีอาการของโรคไตตรวจพบค่า creatinine ในซีรั่มเท่ากับ 2.0 และ 9.0 mg/dl แสดงว่าผู้ป่วยคนแรกมีไตเสีย 50% ส่วนคนที่สองมีไตเสียไป 10% ดังนั้นการวิเคราะห์ค่า creatinine ในซีรั่มอย่างเดียว จึงมีความในการวินิจฉัยโรคน้อยกว่าการทดสอบหาค่าอัตราของการกำจัด creatinine
โดยปกติการหาค่าอัตราส่วนระหว่างค่า urea nitrogen กับค่า creatinine มีความสำคัญมาก(ปกติจะมีอัตราส่วนระหว่าง 15/1 ถึง 24/1) ผู้ป่วยโรคไตจะมีค่า urea nitrogen เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดกว่าค่าcreatinine และกรณีที่มีการคั่งของ urea nitrogen ซึ่งสาเหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดจากไตเสื่อมสภาพ (เช่นในผู้ป่วยที่มีเลือดออกในลำไส้อย่างรุนแรง) พบว่าอัตราส่วนระหว่างค่า urea nitrogen กับค่า creatinine มีค่าสูงถึง 40/1 ดังนั้นระดับ urea nitrogen จะสูงขึ้นได้ขณะที่ creatinine จะปกติ และไตยังคงทำงานปกติได้โดยค่า urea nitrogen อาจสูงถึง 40 mg/dl ในทางตรงกันข้ามถ้าการคั่งของสารดังกล่าว เกิดขึ้นจากทางเดินปัสสาวะอุดตันก็จะเป็นเหตุให้ทั้งค่า urea nitrogen และ creatinine มีระดับสูงกว่าปกติ และในกรณีที่ท่อไตถูกทำลายอย่างรุนแรง อัตราส่วนระหว่าง urea nitrogen และ creatinine อาจมีค่าต่ำกว่า 10/1
เนื่องจากการวิเคราะห์หาค่า creatinine มีข้อดีกว่าการหาค่า urea nitrogen เพราะอาหารที่มีปริมาณของโปรตีนสูงจะมีผลต่อระดับยูเรียไนโตรเจน แต่ไม่มีผลต่อระดับ creatinine
หลักการตรวจวิเคราะห์
หลักการ
Modification of the kinetic jaffe reaction
Creatinine + Picrate NaOH > Red chromophore
Creatinine ทำปฏิกิริยากับ Picrate ใน pH ที่เป็นด่างอย่างแรงจะให้สาร Chromophore สีแดง อัตราดูดกลืนแสงที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข้มข้นของ creatinine ใน sample
สิ่งส่งตรวจ
- Serum, Plasma และ Urine
Normal values
Serum : 0.5 - 2.5 mg/dl
Urine :0.6 - 2.5 g/24hr.
Interpretation
High |
Low |
| - Acute renal insufficiency |
- Pregnancy |
| - Chonic renal insufficiency |
- Chronic-muscle wasting |
| - Urinary tract infection |
|
| |
|
|