|
Triglyceride จัดเป็น ไขมันพวก natural fat เกิดจากพันธะเอสเธอร์ระหว่าง glycerol และ กรดไขมัน(Fatty acid) 3 ตัว โดยกรดไขมันทั้ง 3 ตัวในหนึ่ง molecule ของ triglyceride อาจมีความแตกต่างกันหรือไม่ก็ได้ ส่วนใหญ่กรดไขมันเหล่านี้มักมีลักษณะเป็นลูกโซ่ และมีคาร์บอนอะตอมเป็นจำนวนคู่ กรดไขมันเหล่านี้อาจเป็นทั้งชนิดอิ่มตัว(saturated) เช่น steric acid( C18) และ plamitic acid (C16) หรือชนิดไม่อิ่มตัว (Unsutrated) เช่น oleic acid จะมี บอนด์ คู่ 1 บอนด์ กรดไขมันทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นส่วนประกอบใน molecule ของ triglyceride ที่พบมากที่สุดในเนื้อเยื่อไขมัน ส่วนไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และมีจำนวน bond คู่มากกว่าหนื่งนั้น จะพบน้อยในเนื้อเยื่อไขมัน
การสังเคราะห์ triglyceride ในร่างกาย เป็นกลไกที่สำคัญในการจะเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ triglyceride เมื่อถูกเผาผลาญจะถูก oxized อย่างสมบูรณ์ได้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) น้ำ และ พลังงาน พลังงานที่ได้นี้มีมากกว่าพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต 2 เท่า
เมื่อรับประทานอาหารที่ให้พลังงานมากเกินพอแก่ความต้องการของร่างกาย ร่างกายจะสร้าง triglyceride แล้วนำมาเก็บไว้ในเนื้อเยื่อไขมัน(Adipose tissue) พบว่า เซลล์ไขมัน(fat cell ) สามารถนำ triglyceride ที่ได้จากการรับประทานอาหารออกจากกระแสเลือดมาเก็บสะสมไว้ นอกจากนั้นตับยังสามารถเปลี่ยนเป็น glucose และ protein ให้เป็น triglyceride และถูกนำไปเก็บในเนื้อเยื่อไขมัน ในภาวะที่งดอาหาร triglyceride ที่เก็บสะสมไว้จะแตกตัวให้ กรดไขมัน(fatty acid) และ glycerol และกรดไขมันดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวให้พลังงานแก่เนื้อเยื่อต่างๆ ส่วนเนื้อเยื่อที่ต้องการใช้พลังงานมาก เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ และไต จะมีการเผาผลาญกรดไขมันมากกว่า glucose นอกจากนี้กรดไขมันยังเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับกล้ามเนื้อโครงกระดูกอีกด้วย
เนื่องจาก triglyceride และ กรดไขมัน(fatty acid) มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ ดังนั้นการขนส่งในกระแสเลือดจะต้องอาศัยตัวกลางเพื่อให้สามารถละลายน้ำได้ โดยกรดไขมัน(fatty acid) จะจับกับ albumin ส่วน triglyceride จะจับกับ apoprotein, cholesterol และ phospholipid ได้สารประกอบเชิงซ้อนที่เรียกว่า lipoprotein ซึ่ง triglyceride จะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ VLDL( very low density lipoprotein) และ Chylomicrons
หลักการตรวจวิเคราะห์
Enzymatic kinetic
triglyceride ----------- llipase -----------------> glycerol + fatty acids
glycerol + NAD --------------- GDH ---------------> dihydroxyacetone + NADH + H+
triglyceride จะถูกเปลี่ยนไปเป็น glycerol และ fatty acids โดย enzyme lipase โดย glycerol ที่เกิดขึ้นจะถูกวัดโดยปฏิกิริยาของ emzyme glycerol dehydrogenase (GDH) กับ NAD การสร้าง NADH จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเข็มข้นของ total glycerol ที่ถูกเปลี่ยนมาจาก triglrceride ใน sample นั้น
ข้อจำกัดของการตรวจ
1. Glycerol และสาร polyols ตัวอื่น ๆ จะทำให้ได้ค่า triglyceride สูงกว่าความเป็นจริง
2. ไม่ควรใชัสารควบคุมคุณภาพที่มี glycerol เป็นส่วนประกอบ
3. Hemoglobin ที่สูงอาจทำให้ triglyceride มีค่าต่ำลง
Normal Value
The American Heart Association has set guidelines for triglyceride levels
| Level (mg/dl) |
Interpretation |
| < 150 |
Normal range, lowest risk |
| 150 - 199 |
Borderline high |
| 200 - 498 |
High |
| > 500 |
Very high, increased risk |
Interpretation
High - Increase risk of ischaemic heart disease artherosclerosis
- Nephrotic syndrome
- Chronic renal failure |