www.medtechzone.com    แหล่งความรู้ทาง...เทคนิคการแพทย์ !!!
:::กลับหน้าแรก
แนวทางการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV

หลักการตรวจ  Anti – HIV

  1. การพิจารณาเลือกชุดทดสอบ  ห้องปฏิบัติการควรมีชุดทดสอบที่มีหลักการต่างกันอย่างน้อย  3 วิธี  โดยวิธีแรกที่ใช้ควรมี  Sensitivity  สูงๆ ( ป้องกัน false  negative )  ส่วนชุดทดสอบที่  2  และ 3  ควรใช้วิธีที่มี  specificity สูงกว่าชุดที่ 1  ในกรณีที่ให้ผล Positive  ชัดเจนกับชุดทดสอบทั้ง 3 ชุดที่ใช้สามารถรายงานผล  Positive ต่อแพทย์ (แต่ในผู้ป่วยที่ตรวจเป็นครั้งแรกก่อนรายงานผลให้คนไข้ทราบควรแนะนำให้คนไข้เจาะเลือดอีกครั้งและตรวจซ้ำอย่างน้อย 1  วิธี)
  2. การตรวจวินิจฉัย  HIV  ต้องคำนึงถึงผลบวกปลอมมากว่าผลลบปลอม  ในกรณีที่ผลการทดสอบเป็น  Negative  สามารถผลได้ทันที  แต่ถ้ามีประวัติเสี่ยง   อาจแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจ    HIV- Ag  หรือ  HIV   PCR  หรือและนำให้มาAnti- HIVตรวจซ้ำในเวลา  1- 6 เดือนต่อมา  

        เนื่องจากการตรวจ  Anti – HIVมีข้อจำกัดในกรณีที่ได้รับเชื้อมาไม่นานอยู่ในช่วง window period ให้ผล 
Anti – HIV  Negative  ดังนั้นควรมีการให้คำปรึกษาและทำความเข้าใจกับผู้รับการตรวจก่อนตรวจ
รายละเอียดข้อปฏิบัติในกรณีต่างๆ ดังแผนภูมิ

แผนภูมิการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ HIV ทางห้องปฏิบัติการสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่  18  เดือน

HIV
ที่มา: Nationalguideline  for   HIV  testing โดยกระทรวงสาธารณสุข    พ. ศ. 2550


ผล  False  Negative  เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

  1. อยู่ในช่วงท้ายของการติดเชื้อ  ผู้ติดเชื้อ HIV บางรายอาจตรวจไม่พบ  Anti – HIV  (seroreversion)
  2. ผู้ที่ได้รับเชื้อนั้นมีภาวะพร่องโปรตีน  Gamma  globulin  ( Agammaglobulinemia )
  3. ได้รับเชื้อ HIV  type  ใหม่ๆ ( Type N  ,  O  หรือ  HIV-2 ) ชึ่งชุดตรวจไม่สามารถตรวจจับได้
  4. อยู่ในช่วง  Window  period   ซึ่งเป็นช่วงแรกๆที่ยังไม่สร้างแอนติบอดี ( หลังติดเชื้อประมาณ  3 สัปดาห์ขึ้นไปที่จะสามารถตรวจพบ  Anti- HIV
  5. ผู้ติดเชื้อบางรายอาจพบความผิดปกติต่อการตอบสนองของแอนติบอดี

ผล  False   Positive  เกิดจากอะไรได้บ้าง ?  


  1. ในผู้ป่วย  SLE  อาจให้ผลบวกปลอมได้
  2. ในผู้ที่ได้รับวัคซีน  HIV ( โครงการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีน ) จึงอาจให้ผลบวกปลอมกับการทดสอบ Anti-HIV  ได้
  3. คุณภาพของสิ่งส่งตรวจเช่น  มีการปนเปื้อนของอุปกรณ์เครื่องมือ
  4. ความผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการปฏิบัติงาน